เว็บ-บอร์ด พระเครื่อง เว็บ พระพุทธศาสนา ธรรมะ พระ amulet buddha
กันยายน 02, 2014, 11:13:34 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: SMF - Just Installed!
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง ฝากรูป เว็บฝากรูปฟรี อัพโหลดรูปฟรี ฝากรูป เว็บฝากรูปฟรี อัพโหลดรูปฟรี พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง

ดูดวง หมอดู ดวงรายวัน ดูดวงฟรี เนื้อคู่ ไพ่ยิปซี หมอดูแม่นๆ ดูดวงวันเกิด ทำนายรัก ดวงสมพงษ์ ไพ่ทาโรต์ ดวงรายสัปดาห์

  แสดงกระทู้
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 249
31  พระเครื่อง / ข่าวพระเครื่อง-ข่าววงการพระเครื่อง / สนามพระ แฮปปี้ส่งท้ายปี "พระเครื่อง" ยังเฟื่อง ถึงไม่ฟู แต่ไม่ฟุบ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2014, 11:26:00 PM
สนามพระ แฮปปี้ส่งท้ายปี "พระเครื่อง" ยังเฟื่อง ถึงไม่ฟู แต่ไม่ฟุบ


พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม 1 ใน 6 องค์.

ดูกาลัน เดอร์แล้ว ปีนี้ สีกาอ่าง จะได้มาเปิด สนามพระเครื่อง วิภาวดี อีกแค่ 3 นัด  คือวันนี้ วันที่ 22 และ 29 ธ.ค. ก็หมดสัมปทานปี 2556  จึงต้องเริ่มขมวดข่าวคราวความเคลื่อนไหวเด่นๆ  ในวงการพระเครื่องให้ท่านผู้ชมเก็บเอาไปเถียงกัน ตั้งแต่อาทิตย์นี้ .....

กล่าว คือ แม้ว่าปีนี้ สนามพระเครื่อง จะถูก สนามการเมือง ส่งรังสีกลบ จนทำให้ผู้คน  ไร้อารมณ์ จนถึง หายอยาก ที่จะเล่นพระเครื่อง สละชีไปมากอยู่  แต่ก็ยังมีการซื้อขายใหญ่ๆให้กิ๊บก๊าบ.....



พระบูชาอู่ทองยุคต้น หน้าตัก 9 นิ้ว ราคา 4 ล้าน.


ข่าว ขององค์แรก ถือเป็น พระเครื่องแห่งปี เพราะจากที่ก่อนนี้ ทุกๆปี  สนามจะมีการซื้อขาย พระสมเด็จ มากเป็นอันดับหนึ่ง แต่มา พ.ศ.นี้  ไม่ค่อยมีการซื้อจ่ายสตางค์ เพราะผลจากปีก่อนๆ ที่มีแต่ คนซื้อเข้า แต่  ไม่มีขายออก จึงทำให้ พระสมเด็จขาดแคลน  ไม่ค่อยมีเข้ามาหมุนเวียนในสนาม.....

มืออาชีพ จึงหันไปยกให้ พระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์นิยม เป็น พระเครื่องแห่งปี 2556.....

ซึ่ง  เสี่ยเอก ศิริปันนา (ศุภมิตรกิจจาพิพัฒน์) เพิ่งควักเงินสดๆ ซื้อ  พระหลวงพ่อเงิน องค์แชมป์โลก  ตามคําแนะนําของเซียนพระเครื่องชื่อดังนิสัยดีฝีมือฉมัง เสี่ยต้า บางแคไป 15  ล้านบาท–– โอ้ แม่เจ้า .....

ข่าวฮือฮาอันดับสอง คือ การที่พระเครื่องวัตถุมงคล พระเกจิ อาจารย์ หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ โคราช มาแรง แซง หลวงปู่ทิม ได้  สำเร็จเป็นปีแรก เมื่อ เสี่ยต่อ ร้านสตางค์ ทําสถิติ ซื้อ เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นบารมี ปี 19 เนื้อทองคํา ในราคาสูงที่สุด ในโลกไป 10 ล้าน 5  แสนบาท––โอ มายก๊อด .....

ข่าวดังอันดับสาม เฮงที่สุด เมื่อ ดร.วัลลภ  กิ่งชาญศิลป์ เจ้าพ่อ GUT ค้นพบ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์ใหญ่ หลังแบบ  องค์ใหม่ฟอร์มสด สวยสุดๆ.....



พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ ที่ ดร.วัลลภ ขายไป 20 ล้าน.


จึง จัดการซื้อ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว องค์นี้ มาพร้อมกับ พระสมเด็จวัดระฆังฯ  พิมพ์ใหญ่ ในราคา 2 องค์ 20 ล้าน ไม่รวม สมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่  ที่เช่ามาก่อนนั้นแล้ว 15 ล้าน.....

แต่ข่าวรั่วไว จึงมีคนหอบเงิน 20  ล้าน มาขอ พระสมเด็จ ที่ได้มาคู่พระหลวงพ่อแก้ว ไปซะแร้ว จึงทำให้  ดร.วัลลภ มี อภิมหากําไรแห่งปี เป็น พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว  ที่มีผู้ประเมินให้ ใกล้ๆ 20 ล้าน แต่ขอโทษ เสี่ยวัลลภ  คิดไปไกลกว่าหลายเท่า เจ้าข้าเอ๊ย.....



พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ 15 ล้าน ของ ดร.วัลลภ.


และยังไม่คิดจะขาย เพราะภูมิใจ ว่าซื้อพระหมายเลข 1 ของบ้านเกิด ได้ด้วยฝีมือ โดยไม่พึ่งเซียนพระปิดตา.....

ตาม มาด้วยข่าวการซื้อขาย รังใหญ่ ส่งท้ายปี ของ เสี่ยหมึก ท่าพระจันทร์ ที่ได้  พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม ระดับพรีเมียม รวดเดียว ครึ่งโหล รวมทั้ง  พระหลักยอดนิยมอื่นๆ รวม 10 องค์ เช่น พระผงสุพรรณ หน้าแก่ โดยจ่ายไป 30  ล้าน.....

แม้ราคาที่เหมามาจะนับว่า ตึง เอาไปทํากําไรได้ไม่มาก  แต่ก็ได้ความภูมิใจ เพราะปีนี้ สมเด็จ ขาดแคลน ใครหาได้องค์เดียวก็ดังแล้ว  นี่ได้มาตั้ง 6 องค์--ใครอยากรู้ว่าพระสวยแค่ไหน มีพระเครื่องอะไรอีก รีบไปขอดูชม  ก่อนจะหมด เพราะตอนนี้แบ่ง พระสมเด็จ ให้พรรคพวกไป 2 องค์แล้ว.....



พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์ใหญ่ หลัง แบบ โดย อั๊ง เมืองชล.


ต่อไป เป็นข่าวที่ทุกคนอยากรู้ว่าใครคือ เซียนพระนักขายแห่งปี.....

ตรวจ สอบทุกสนามแล้ว เซียนน้อยใหญ่ยอมยกตำแหน่งนี้ให้ เสี่ยอั๊ง เมืองชล  ซึ่งวิ่งเข้าออกทุกสนามทุกวันจันทร์ถึงอาทิตย์ หยุดเฉพาะ วันพระ  เพราะต้องเข้าวัดเทศน์ให้พระฟังบ้าง ฟังพระเทศน์บ้าง.....

ถามเจ้าตัว  ก็ยอมรับว่า ปีนี้ซื้อง่าย-ขายคล่องจริง  เพราะมีลูกค้าหน้าใหม่ทั้งไทย-เทศเพียบ ยอดขายนับไปนับมา เกินร้อยล้าน  แต่ใครอย่าเพิ่งขอยืมตังค์หรือทวงหนี้ เพราะมี กําไร จิ๊บๆไม่ถึง สิบ  (ล้าน) เพราะต้องรีบขายผ่านมือ เก็บ กั๊ก กักตุน ไม่ได้เลย เพราะ พระใหญ่  ราคาแพง ต้องใช้ทุนมาก เลยทําหน้าที่เป็นแค่ ไทเกอร์ ใช้เงินลูกค้าไปซื้อมา  แล้วบวกค่าน้ำลายในการเกลี้ยกล่อมคนขาย กับค่าน้ำมันรถ นิโหน่ย.....



พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์อกครุฑ ขายไป 10 ล้าน.


ที่ เสี่ยอั๊ง ยังเสียดายสุดๆเป็น พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์อกครุฑ  ที่ลูกค้าได้ไปในราคาแค่ 10 ล้าน กับ พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง  องค์หูตากะพริบ ก็ 10 กว่าล้าน.....

แล้วยัง พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว  พิมพ์ใหญ่ หลังแบบ แต่องค์นี้ เสี่ยอั๊ง ไม่ยอมบอกราคา  เพราะกะว่าจะพยายามหาเงินไปซื้อไว้เอง เพราะดูอนาคตแล้ว  มั่นใจว่าหลวงพ่อต้องประทานกำไรให้หลายเท่า.....



พระผงสุพรรณ ที่หมึก ท่าพระจันทร์ ได้มา.


อีก ข่าว เป็นการซื้อขาย พระพุทธรูปบูชา ซึ่งยุคนี้ หาสวยๆยากถึงยากเวรี่มาก  พอเจอ พระพุทธรูปบูชา ศิลปะสมัยอู่ทองยุคต้น (หน้าแก่) ขนาดหน้าตัก9นิ้ว  สนิมเขียวหยก ที่ใครเห็นก็ยกนิ้วให้ว่าสวยเยี่ยม เสี่ยอมรศักดิ์ พงษ์พศุต  เลยยอมจ่ายค่าย้ายกุฏิไป 4 ล้าน เต็มๆ .....

ข่าวต่อมาดังที่  สุดของสายเหนือ เป็นการซื้อขายย้ายรัง พระลือโขง องค์แชมป์  จากเจ้าของเดิมที่ไม่ยอมเผยชื่อ มาอยู่กับ เสี่ยสมปอง หงส์ศรีเมือง  ในราคาถึง 3 ล้าน 5 แสนบาท.....



พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง 10 กว่าล้าน โดย อั๊ง เมืองชล.


ข่าว อันดับ 8 เป็นข่าวแร๊งส์ แห่งปี ของ พระขุนแผนเคลือบ วัดอัมพวัน  ซึ่งแตกกรุตั้งแต่ปี 2555 และถกเถียงกันมาข้ามปีว่า ยังไงกันแน่.....

เพราะ ฝ่ายขาย ที่ได้ พระจากกรุ ดูอย่างเซียน ยืนยัน พระเครื่องแท้ แน่นอน ทำให้ ฝ่ายซื้อ แย่งกันจ่ายสตางค์ เพราะอยากได้ของดีราคาเบา.....

แต่ บางคนยังคาใจ จึงนั่งส่องนอนส่อง เทียบกับ พระขุนแผนเคลือบ วัดใหญ่ชัยมงคล  อยุธยา พอพบว่า จุดเหมือนก็มาก จุดต่างก็เยอะ จึงเกิดความเห็นแตกแยก  ต่างฝ่ายต่างหาหลักฐานมายืนยันกันวุ่น.....



พระปิดตาหลวงพ่อ แก้ว พิมพ์ใหญ่ หลังแบบ หน้าใหม่สวยสุดแห่งปีของ ดร.วัลลภ.


จน  สมาคมพระเครื่อง ออกมารับรองว่า พระขุนแผนเคลือบ วัดอัมพวัน เป็น  พระแท้ขึ้นจากกรุ แน่นอน ถือเป็น กรุใหม่ แต่ที่มีความแตกต่างจาก  พระขุนแผนเคลือบ วัดใหญ่ชัยมงคล ก็เป็นเรื่องธรรมดา  เพราะกรุพระอยู่ต่างสถานที่ สภาพแวดล้อมทำให้พระไม่เหมือนกันเดี๊ยะ--ส่วน  พระเครื่อง ที่มีปัญหาถกเถียง ก็ มีจริง เก๊จริง แต่เป็น พระยัดกรุ ของ มือผี  ที่ฉวยโอกาสปล่อย พระเก๊ ออกมาผสมโรง.....



พระลือโขง องค์แชมป์ ราคา 3 ล้าน 5 แสน.





เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นบารมี ปี 19 เนื้อทองคํา 10 ล้าน 5 แสน.


บิ๊ก แจ๊ด-พล.ต.ท. คํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง ซึ่งมั่นใจ ได้ พระขุนแผนเคลือบ  วัดอัมพวัน แท้ จึงนำพระมาโชว์และประกาศ ใครมีงามกว่า ก็เสนอมา  ยินดีซื้อทุกองค์.....

ข่าวสุดท้าย รายการที่ 9 คือ การจัดอันดับ  นักซื้อพระเครื่องแห่งปี ซึ่งมีสูสีกันหลายคน ตัดสินกินกันยากหน่อย  แต่ก็หาตัวจนได้ เพราะเซียนสนามพร้อมใจกัน ยกให้ โป๊ยเสี่ย-ไชยทัศน์  เตชะไพบูลย์.....



พระขุนแผนเคลือบ กรุใหม่ วัดอัมพวัน.





พระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์ นิยม 15 ล้าน.


เพราะ มีคุณสมบัติ เล่นนาน เล่นทน เล่นตั้งแต่หนุ่มจนป่านนี้ โป๊ย เสี่ย  ก็ยังไปสนามสม่ำเสมอและยังซื้อไม่หยุด ซื้อเงียบๆแต่ซื้อเยอะ  และเปลี่ยนเทรนด์ไปเรื่อยๆ ช่วงนี้เน้น พระปิดตา  เป็นพิเศษ--โดยมีเป้าหมายไว้พุ่งชนว่า จะสะสมให้ครบทุกพิมพ์ ทุกสำนักดัง  เพราะเตรียมสตางค์ไว้หลายสิบ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.
32  พระเครื่อง / ข่าวพระเครื่อง-ข่าววงการพระเครื่อง / สนามพระ สนามพระเครื่อง วันที่ 08/12/56 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2014, 10:42:36 PM
สนามพระ สนามพระเครื่อง วันที่ 08/12/56


พระปิดตา เนื้อผงจุ่มรัก หลวงพ่อครีพ วัดสมถะ ชลบุรี พิมพ์มหาอุด (โยงก้น) ของเซ้ง มณเฑียร

คน ไทยทั้งประเทศ ยังปีติดีใจ ที่ได้เห็น “ในหลวง” เสด็จออก ณ วังไกลกังวล  หัวหิน ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวา ที่ผ่านมา  เพราะเป็นการเสด็จออกมหาสมาคมและมีพระราชดำรัสครั้งแรก  หลังเสด็จฯไปประทับที่วังไกลกังวล  ซึ่งทุกคนก็เฝ้าติดตามข่าวด้วยความจงรักภักดีและห่วงใยพระพลานามัยมาโดยตลอด

ใน สนามพระก็เหมือนกัน วันที่การถ่ายทอดทีวีก็เฝ้าจอรอดูท่านกัน  พอเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยก็กลับไปดูพระเครื่องในสนามต่อ ซึ่งองค์แรกวันนี้คือ  พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ใหญ่นิยม A วัดไชโยวรวิหาร อ่างทอง องค์พระสมบูรณ์  สภาพผ่านใช้  ผิวเนื้อเปลือกนอกจึงเปิดออกให้เห็นความเข้มข้นของมวลสารผสมน้ำมันชั้นใน  ดูเข้มขลัง อย่างที่เรียกว่า เนื้อจัด
เหรียญหล่อพระพุทธ พิมพ์ตัดชิด เนื้อสําริด หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ของสุติ เชียงม้า ร้านปุ๋ยมาเจริญพานิช ที่ท่ามะกา
จุดสำคัญที่ต้องศึกษาจดจํา องค์นี้มีให้เห็นครบถ้วน ทั้งเส้นพระเกศ พระกรรณ  วงพระกร เนื้อนูนเด่นตรงพระอุระ ธรรมชาติเส้นฐาน เส้นซุ้ม  และความเหี่ยวย่นของ เนื้อ คู่ควรเป็น องค์ครู จัดเป็นพระเครื่องแท้ดูง่าย  ที่หายากมากในสมัยนี้ เจ้าของ คือ เสี่ยยุทธภูมิ เตชะวิภาค

วัดไชโย  เดิมเป็นวัดสามัญ มามีชื่อเสียงก็ในสมัยรัชกาลที่ 4 ตอน สมเด็จโต  ไปสร้างพระใหญ่ ขึ้น  เรียกว่า หลวงพ่อโต อยู่กลางแจ้ง เป็นพระเนื้ออิฐโบก  ปูนขาวง่ายๆ จนในปี 2416 รัชกาลที่ 5 ไปทอดพระเนตรก็ให้  เจ้าพระยารัตนบดินทร สมุหนายก บูรณะใหม่ แต่ พระหลวงพ่อโต ที่สร้างง่ายๆ  ถูกแรงกระเทือนตอนช่างบูรณะรื้อวัด ก็เลยพังทลายลงมา

ตอนนี้เองที่บอกว่า มีการพบพระพิมพ์เนื้อแก่ปูนขาว พระสมเด็จเกศไชโย ซึ่งเชื่อว่า สมเด็จโต ไปสร้างบรรจุไว้

แต่ในกรุไม่พบหลักฐานการสร้าง แต่ที่เชื่อว่าต้อง สมเด็จโต สร้างไว้ เพราะพระเครื่องอยู่ใน องค์หลวงพ่อโต ที่ท่านสร้าง

องค์ ที่สอง คือ พระพิมพ์ไสยาสน์ กรุเจดีย์เล็ก วัดใหม่อมตรส กรุงเทพฯ ของ  เสี่ยตี๋ (หน้าแดง) อ่างศิลา เป็นพระสภาพเดิม  ไม่ผ่านการสัมผัสใช้ขึ้นจากกรุมายังไงก็รักษาไว้สภาพนั้น
พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ใหญ่นิยม A วัดไชโยวรวิหาร อ่างทอง ของยุทธภูมิ  เตชะวิภาค
เห็นได้จากผิวเนื้อคราบกรุที่อยู่ครบเต็มร้อย คราบฝ้ารากรุปุ่มปมหางกระเบน พระกรุบางขุนพรหมเป็นยังไงองค์นี้มีให้ดูครบ

พระ สกุลนี้ พบบรรจุอยู่ในพระเจดีย์องค์เล็ก ที่ตั้งอยู่รายรอบพระเจดีย์  องค์ประธาน ต้นกำเนิด พระสมเด็จบางขุนพรหม แม้ไม่รู้แน่ว่าใครเป็นผู้สร้าง  บ้างก็ว่า สมเด็จ (โต) แต่สีเนื้อในพระสีออกเหลืองมากกว่า  และมีมวลสารแตกต่าง ความเชื่อจึงน้อยลงบ้างว่า หลวงปู่ภู สร้าง  หรือเชื่อว่าอดีตเจ้าอาวาสองค์ต่อมาสร้างไว้--จึงหาข้อยุติไม่ได้

แต่ พระก็ได้รับความนิยม นํามาใช้แทน พระสมเด็จ กันมาก ถือว่า กรุเดียวกัน  พระจึงหมดจากวัด ปัจจุบันราคาองค์งามๆแบบนี้ ไม่น่าห่าง ครึ่งล้าน

องค์ที่สาม คือ พระคงเขียว กรุวัดพระคง ลําพูน ดีกรี แชมป์เก่า ตามที่ โต๊ะเซ้ง–ชํานาญ ศรีพัชรเอก บอกมา



พระคงเขียว กรุวัดพระคง ลําพูน ของโต๊ะเซ้ง-ชํานาญ ศรีพัชรเอก


สีเนื้อเขียวแบบนี้มีน้อย ฟอร์ม ดี มีหน้ามีตา ปกโพธิ์คมชัดพลิ้วไหว  มีเม็ดแร่ผุดจากผิว เป็นจุดสำคัญในการพิจารณาพระแท้  ที่นักเล่นรุ่นเก่าเห็นแล้วยอมจ่ายตังค์

ต่อด้วย พระปิดตา เนื้อผงจุ่มรัก หลวงพ่อครีพ วัด สมถะ ชลบุรี สร้างเป็น พิมพ์พระปิดตามหาอุด  (โยงก้น) ยืนยันความเป็นศิษย์เอก ผู้สืบทอดวิชาจาก หลวงปู่เจียม วัดกําแพง

ได้ รับความนิยมเป็น 1 ในทำเนียบพระปิดตา 5 เสือของเมืองชลบุรี พิมพ์พระมี 2  ขนาดใหญ่, เล็ก องค์นี้ของ เสี่ยเซ้ง มณเฑียร สวยสภาพสมบูรณ์เดิมๆ  จึงกล้าแขวนป้ายขาย หลักล้าน

ตามมาด้วย เหรียญหล่อพระพุทธ พิมพ์ตัดชิด เนื้อสําริด หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท

รูปทรงพิมพ์พระและขนาด มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เห็นปุ๊บบอกได้ว่าเป็น  พระ หลวงปู่ศุข แต่เป็นพิมพ์ไหนเนื้ออะไร แท้หรือไม่  ต้องดูลงลึกในรายละเอียด เพราะมีหลายแบบพิมพ์ เนื้อก็มีทั้งตะกั่ว ทองแดง  ฝาบาตร--และ สําริด ที่ได้รับความนิยมสุดๆแบบองค์นี้ ของ เสี่ยสุติ  เชียงม้า เจ้าของ ร้านปุ๋ยมา-เจริญพานิช ที่ท่ามะกา กาญจนบุรี



เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ เนื้ออัลปาก้า ชุบนิกเกิล หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปัตตานี 2508 ของกฤตภพ ธีรธรรมรัตน์


อีกรายการ คือ เหรียญพัดยศ พ.ศ.2500 หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ สมุทรสาคร ของ เสี่ยโด่ง รอยัลคิงส์

สร้าง ขึ้นเป็นเหรียญที่ระลึกในพิธีรับพระราชทานสมณศักดิ์ พัดยศ ชั้น เจ้าคุณ  และพูดกันว่า ถ้ามีอักษรบอกว่าเป็น เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ ซะหน่อย  ราคาเหรียญคงพุ่งสูงไม่แพ้ เหรียญรุ่นแรก อย่าง  เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อทวด

พัดยศ มีแตกต่างกันตามสมณศักดิ์  ในสมัยโบราณ สมเด็จพระสังฆราชและสมเด็จ พระราชาคณะเจ้าคณะใหญ่  ที่ลงท้ายสร้อยราชทินนามว่า คามวาสี อรัญวาสี จะได้รับ พัดยศ ไม่เหมือนกัน  แบบ พัดแฉกพื้นกำมะหยี่ปักด้วยทองและเงิน เป็นเครื่องหมายฝ่าย คามวาสี ส่วน  พัดงาสาน เป็นเครื่องหมายฝ่าย อรัญวาสี



พระพิมพ์ไสยาสน์ กรุเจดีย์เล็ก วัดใหม่อมตรส กรุงเทพฯ ของตี๋ อ่างศิลา


พัดยศ ของสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ  มีลักษณะอย่างทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ปลายแหลม มีแฉกโดยรอบ พื้นตาดโหมด  หรือกำมะหยี่ ปักลวดลายด้วยดิ้นเลื่อมหรือดิ้นด้าน  มีสีและลวดลายต่างๆตามชั้นแห่งสมณศักดิ์ ด้ามงาเกลี้ยง ถ้าเป็น  พัดยศสมเด็จพระสังฆราช ด้ามสลักด้วยงาช้าง ยอดทำด้วยงาสลักเป็นฉัตร 3 ชั้น

ยัง มี พัดพิเศษ  ที่พระมหากษัตริย์พระราชทานแก่ภิกษุสามเณรที่สอบเปรียญธรรมได้ตั้งแต่ 3  ประโยค ขึ้นไป หรือแก่พระภิกษุที่มีความรู้ความสามารถ  เป็นเครื่องหมายแสดงลำดับชั้นแห่งสมณศักดิ์ มีรูปและชื่อต่างๆกัน คือ  พัดหน้านาง พัดพุดตาน พัดแฉกทรงพุ่มข้าวบิณฑ์

พัดยศ ของพระครู  สัญญาบัตรหรือพระครูฐานานุกรมบางชั้น มีลักษณะกลม แต่มีแฉกโดยรอบ  พื้นทำด้วยกำมะหยี่ สักหลาด แพร หรือเยียรบับ ปักทองแล่งดิ้นมัน ดิ้นเลื่อม  หรือดิ้นธรรมดา มีสีและลวดลายต่างๆตามชั้นแห่ง  สมณศักดิ์--คือพระด้วยกันจะดูออกว่าใครใหญ่กว่า   เวลานั่งในพิธีท่านจะจัดลำดับกันเอง แต่เราคนทั่วไป ดูยากหน่อย  ยกเว้นรู้ว่าหลวงพ่อสมณศักดิ์อะไร

ว่าแล้วก็ได้ดูกัน  เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ เนื้ออัลปาก้า ชุบนิกเกิล หลวงพ่อทวดวัดช้างไห้  ปัตตานี 2508 คราว พระอาจารย์ทิม ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูวิสัยโสภณ



เหรียญพัดยศ พ.ศ.2500 หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ สมุทรสาคร ของโด่ง รอยัลคิงส์


เป็น เหรียญรูปทรงเสมา ด้านหน้าเป็นองค์จำลองพระเครื่องหลวงปู่ทวดนั่งทําสมาธิเต็มองค์  หลังเหรียญเป็นรูปจำลองพระอาจารย์ทิมห่ม จีวรลดไหล่ครึ่งองค์  มีอักษรบอกสมณศักดิ์ด้านล่าง เหรียญนี้ ของ เสี่ยกฤตภพ ธีรธรรมรัตน์

ต่อ เข้าสนามพระใหม่ ที่คึกคักรับปลายปี รายการแรก เป็น  พระบูชาสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี วัดระฆังฯ 9.9 นิ้ว  เททองหล่อนำฤกษ์ไปแล้วที่วัดระฆังโฆสิตาราม เมื่อ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ใน  มหัทธโนฤกษ์ ฤกษ์ เศรษฐี โดย พระธรรมธีรราชมหามุนี (เจ้าคุณเที่ยง)  เจ้าอาวาสวัดระฆังฯ เป็นประธานเททองหล่อนำฤกษ์ทั้งหมด

จัดสร้างเนื้อ  นวโลหะครบสูตร เพียง 22 องค์ (ที่เป็นเลข 22  เพราะเป็นวันที่สมเด็จโตฯมรณภาพ)  แต่วันนั้นวันเดียวโดนจองปากเปล่าไปกว่าครึ่ง เพราะเป็นการ  หล่อนวโลหะครบสูตร จริงๆ โดยใส่ทองคำสวิส 99.99% 2 กิโลกรัม  ชนวนพระกริ่งเงิน กว่า 40 กิโลกรัม ชนวนมวลสารนวโลหะเก่าอีก 100 กิโลกรัม  เรียกว่า เฉพาะเนื้อหามวลสารก็เข้าไป 4-5 ล้านแล้ว แต่เปิดให้บูชา 250,000  บาท ส่วนพระบูชาทองเหลือง รมดำสนิมเขียวหยก สร้าง 227 องค์



พระบูชาสมเด็จพระ พุฒาจารย์โต พรหมรังสี วัดระฆังฯ หน้าตัก 9.9 นิ้ว นวโลหะครบสูตร


ชนวน มวลสารรุ่นนี้สุดยอด มีชนวนนวโลหะเก่า ทั้งของ สมเด็จสังฆราช (แพ)  ที่ชนวนพระกริ่งมหาจักรพรรดิพระพุทธชินราช ชนวนหล่อโบราณหลวงพ่อโสธร  รุ่นมหาจักรพรรดิ ชนวนพระกริ่งหลวงพ่อคูณ และแผ่นยันต์กว่า 2,600 แผ่น เช่น  แผ่นยันต์มหาจักรพรรดิ ยันต์อิติปิโสเกราะเพชร และที่ขาดไม่ได้ ก็คือ  ยันต์ชินบัญชรคาถา และเนื้อระฆังเก่า กระดิ่งเก่า กังสดาล  และปลุกเสกกันตั้งแต่ชนวนมวลสาร

พิธีพุทธาภิเษก ยิ่งใหญ่มาก  เพราะจะเป็นพิธี ชินบัญชรมหาจักรพรรดิ ครั้งแรก ของ วัดระฆังฯ-

ส่วนใคร นิยมแบบเล็กๆ ก็ของคณะ 2 วัดระฆังฯ จัดสร้างพระเครื่อง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) รุ่น  141 ปีมหามงคล มี พระสมเด็จวัดระฆัง และ พระกริ่งพรหมรังสี ก้นคาถาชินบัญชร

โดย ได้นำมวลสารเก่า ผงเก่าวัดระฆัง ไม้ช่อฟ้าพระอุโบสถ 100 กว่าปี  มาเป็นชนวนมวลสารอันศักดิ์สิทธิ์เป็นส่วนผสม นอกจากนี้  ยังมีมวลสารจากเกจิคณาจารย์ ทั่วประเทศมากกว่า 100 รุ่น



หลวงพ่อโสธร รุ่นมงคลมหาบารมี 85 วัดโสธรฯ ย้อนยุค พิมพ์นิยม


จัด สร้างไม่มาก เน้น สร้างน้อย พิธีดี มวลสารเยี่ยม มี  พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ทะลุซุ้ม และโรยผงเก่า ตัดมือโบราณ 1,999 องค์  พิมพ์พระประธาน โรยผงเก่า พิมพ์เส้นด้าย โรยผงเก่า พิมพ์พระประธาน  แช่น้ำมนต์, พิมพ์เส้นด้าย แช่น้ำมนต์

ส่วนแบบลอยองค์ มี พระกริ่งพรหมรังสี (โต ) เนื้อแร่เหล็กน้ำพี้ เนื้อเงิน และ เนื้อชนวน

วันนี้ มีมาแต่หลวงพ่อระดับชาติ อีกรายการคือ หลวงพ่อพระพุทธโสธร รุ่น  มงคลมหาบารมี 85 วัดโสธรฯ ซึ่งมีพิธีบวงสรวงเทพยดาบูชาฤกษ์และ  เททองนำฤกษ์  หน้าพระอุโบสถวัดโสธรฯ ฉะเชิงเทรา ไปเมื่อ 12 ต.ค.56 โดยมี  ท่านเจ้าคุณพระราชภาวนาพิธาน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯเป็นประธานสงฆ์ และ  รมช.ศึกษาฯ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เป็นประธานฆราวาส

หลวงพ่อโสธร  รุ่นนี้ ถือว่าเป็นการสานต่อโครงการก่อสร้างอาคารเรียน 100 พระชันษา  สมเด็จพระญาณสังวรฯ มูลนิธิสิรินธรราชวิทยาลัย ของวัดสิรินธรเทพรัตนาราม  วัดในพระนามาภิไธยในสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งมีภาระค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษามาก  เพราะต้องดูแล มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรฯ  ซึ่งมีพระภิกษุเรียนระดับปริญญาตรี และศูนย์เด็กเล็ก



พระสมเด็จวัดระฆัง และพระกริ่งพรหมรังสี ชินบัญชร สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) รุ่น 141 ปีมหามงคล


ส่วน  พิธีมหาพุทธาภิเษก จะจัดขึ้น ปีหน้า 19 ม.ค. ณ พระอุโบสถวัดโสธรฯ โดย  นิมนต์สุดยอดพระคณาจารย์จากหลายจังหวัดร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตพระเครื่อง

นับจาก ปี 2460 สร้างวัตถุมงคลหลวงพ่อโสธรรุ่นแรกก็มีการสร้างต่อมาทุกปี  เพราะใครไปบูชาก็พบว่ามีพุทธคุณ ทั้งเมตตา มหาอุด แคล้วคลาด คงกระพัน  กันมีดกันปืน ฯลฯ

และถ้าใครชอบ หลวงพ่อโสธรแบบเก่า ก็เหมาะ  เพราะรุ่นนี้ สร้างแบบ ย้อนยุค พิมพ์นิยม หลายอย่าง เช่น เหรียญเสมารุ่นแรก  รูปหล่อลอยองค์หลวงพ่อโสธร พิมพ์สองหน้า  โดยมีชนวนเนื้อโลหะศักดิ์สิทธิ์มากมาย และแผ่นยันต์จารอักขระคณาจารย์  เพื่อให้เข้มขลังทั้งเนื้อในและเนื้อนอก

วันนี้ลากันด้วยเรื่องพ่อม่าย สุนัย เจ้าของร้านอาหารทะเล สมุทรสงคราม ซึ่งชอบสะสมพระเครื่องกับปลูกต้นไม้

ตอนออกพรรษา เสี่ยสุนัย จะไปทอดกฐินที่อุบลฯ ต้องทิ้งบ้านไป 3 วัน

ตอน ดูความเรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน  เห็นต้นโป๊ยเซียนในกระถางหน้าบ้านเหี่ยวเฉาใบหงิก ไม่ออกดอก  ดูแล้วเกรงไม่รอด แต่ไม่มีเวลาเปลี่ยนดินซื้อปุ๋ยมาใส่

ด้วยความ เสียดาย จึงเอา พระหลวงปู่บุญ ที่ใช้อยู่ในคอออกมาอาราธนาเสกคาถาทําน้ำมนต์รดต้นโป๊ยเซียน  เพื่อนบ้านเห็นก็ร้องทักว่าต้องเล่น  คาถา เลยหรือ เสี่ยสุนัย  บอกว่าไม่มีเวลาทําอย่างอื่น จึงต้องอาศัยอานุภาพ พระหลวงปู่บุญ  และอยากลองพระคาถา จินดามณี ที่ว่ากันว่าช่วยชีวิตจากตายให้ฟื้นได้

วัน กลับจากกฐิน พอเข้าบ้าน เสี่ยสุนัย ก็ตกใจ เพราะได้เห็นปาฏิหาริย์  ต้นโป๊ยเซียน ออกดอกสีสดใส เลยตื่นเต้น ชวนเพื่อนบ้านมาดู  แถมคนที่ร้องทักก่อนเดินทางยืนยันว่าเป็นปาฏิหาริย์แน่ๆ  เพราะก่อนไปเห็นเสกคาถารดนํ้ากับตา  เพื่อนบ้านก็ฮือฮายกมือไหว้ต้นไม้กันยกใหญ่

อีกสองอาทิตย์หวยออก  เสี่ยสุนัย ซึ่งซื้อหวยใต้ดินไว้ ก็ถูกได้เงินเกือบ 5 หมื่น  ทำให้ชาวบ้านยิ่งศรัทธา ใครไปกิน อาหารในร้านจะยกมือไหว้  ต้นโป๊ยเซียน   ด้วย ศรัทธา

เวลาผ่านไปอีกไม่กี่วัน ขณะลูกค้ากำลังเต็มร้าน  พูดคุยถึงปาฏิหาริย์ต้นโป๊ยเซียน แม่ของ เสี่ยสุนัย ก็เข้ามาในร้าน  แล้วบอกลูกเสียงลั่นว่าเมื่อวันออกพรรษามาหาแกไม่อยู่ เห็นต้นโป๊ยเซียนตาย  พอดีมีรถต้นไม้มาขาย แม่เลยซื้อต้นใหม่แล้วให้เขาเปลี่ยนใส่กระถางให้   เห็นหรือยังชอบไหม--เท่านั้นแหละ คนในร้านก็หันหน้ามามอง  เสี่ยสุนัย   เป็นตาเดียว

งานนี้เสียหน้าไม่ได้เด็ดขาด เสี่ยสุนัย  เลยกู้หน้าตัวเองเถียงแม่ว่า ถึงแม่จะเปลี่ยนต้นให้ แต่ที่ถูกหวย เพราะผม  นับดอกต้นโป๊ยเซียน ไปแทง เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.
33  พระเครื่อง / ข่าวพระเครื่อง-ข่าววงการพระเครื่อง / สนามพระ สนามพระเครื่อง วันที่ 01/12/56 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2014, 10:03:45 PM

สนามพระ สนามพระเครื่อง วันที่ 01/12/56



  พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย กรุวัดใหม่อมตรส ของอ้วน ลอยฟ้า.

ไม่ ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองจะเย็นหรือจะร้อนฉ่าแบบขณะนี้  การเล่นพระเครื่องของท่านผู้ชมก็ยังเหมือนเดิม แถมหลวงพ่อยังเนื้อหอมกว่าปกติ  เพราะพอเกิดวิกฤติหนักๆ ทุกวงการก็ถามหาแต่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์.....

พื้นที่ ตรงนี้ เป็น สนามพระ ไม่ใช่ สนามการเมือง ม็อบเลยไม่มา  พระเครื่องทุกสำนักจึงเดินทางมาอย่างสะดวก

 เริ่มจากองค์แรกคือ พระสมเด็จ พิมพ์ฐานแซม วัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งเป็นพระเครื่องหน้าเก่า  ที่นักนิยมพระสมเด็จยุคก่อน รังเก่า เช่าไปในราคาล้านกว่าๆ  และเก็บไว้ดูคนเดียวมาเกือบ 10 ปี  เพิ่งจะแง้มกุฏิออกมาชมความวุ่นวายของบ้านเมืองว่ามันจะเป็นยังไงหว่า.....








พระสมเด็จ พิมพ์ฐานแซม วัดระฆังโฆสิตาราม ของ พงษ์ ลีฬหา.
เสี่ย พงษ์ ลีฬหา เลยได้โอกาสเสนอค่าย้ายกุฏิให้หลวงพ่อสมเด็จ อย่างงาม  เลยนิมนต์ออกมาได้สมใจให้วงการพระเครื่องฮือฮากันอีกครั้ง เห็นแล้วก็ยอมรับ  สวยจริง สมราคาร่วม 10 ล้าน.....

เท่ากับเก็บ 10 ปี ราคาขึ้นปีละล้าน  ถ้าเก็บไป 20 ปีก็น่าจะได้ 20 ล้าน--แหม ถ้า สีกาอ่าง มี จะเก็บไว้ 100  ปีเลย แล้วค่อยเกิด ชาติหน้ามาเงิน 100 ล้าน.....

องค์ที่สองก็  หลวงพ่อสมเด็จ อีก คือ พระสมเด็จบางขุน-พรหม พิมพ์เส้นด้าย กรุวัดใหม่อมตรส  ก็เป็น พระเครื่องหน้าเก่า เหมือนกัน แต่เห็นกันบ่อย

เพราะซื้อขายเปลี่ยน  มือเปลี่ยนเจ้าของตลอด เพราะเป็นพระเครื่องแท้ดูง่าย สภาพโชว์ได้ใช้ดี มีกําไร  ตอนนี้อยู่ในครอบครองของ เสี่ยอ้วน ลอยฟ้า ก็ไม่รู้จะนานแค่ไหน  และจะลอยไปอยู่กับใครอีก .....

การที่ พระสมเด็จฯ ของ  เจ้าประคุณสมเด็จ (โต) ยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นๆ  ไม่ได้เสื่อมไปตามวันเวลาเหมือนรูปธรรมของวัตถุอื่นๆ ที่มีอายุ 100 กว่าปี  มีคำอธิบายสั้นๆว่า เพราะ ศักดิ์สิทธิ์จริง.....

แน่นอน  การที่จะสร้างพระเครื่องให้ศักดิ์สิทธิ์มีอานุภาพมีพุทธคุณได้  ท่านผู้สร้างก็ต้องมี วิชา จึงขอเล่าถึง พระอาจารย์ของ สมเด็จฯโต คือ  สมเด็จพระสังฆราช (สุก) วัดมหาธาตุ เจ้าคุณอรัญญิก วัดอินทรวิหาร และ  พระอาจารย์แสง วัดชีปา ทะเลชุบศร ลพบุรี.....

สำหรับสององค์แรก  รู้จักกันดี ส่วน พระอาจารย์แสง นั้น ไม่ค่อยได้พูดถึง  อาจเป็นเพราะคนสมัยก่อนมี อาวุโส การจะกล่าวยกย่องจึงต้องกล่าวถึง  สมเด็จพระสังฆราช (สุก) และ เจ้าคุณอรัญญิก ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่.....

ส่วน  พระอาจารย์แสง เป็นพระไม่มียศศักดิ์ แต่เก่งมาก  มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนาอย่างเข้มขลัง เล่ากันว่า  ท่านเคยธุดงค์ไปจนถึงหงสาวดี ซึ่งหนทางในป่าเขาเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย  ไข้ป่าและภูตผีปีศาจเสือสมิง แต่ท่านก็กลับมาอย่างปลอดภัย--คำอธิบายว่า  พระภิกษุ ไม่มีอาวุธ เพราะไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต  รอนแรมไปในป่าดงดิบเป็นเดือนๆได้อย่างไรโดยไม่มีภยันตราย จึงจบลงด้วย  พุทธาคมอันล้ำเลิศ.....

สมเด็จฯ โต จึงได้วิชาจาก พระอาจารย์แสง  มาใช้ในการจัดสร้าง พระสมเด็จฯ ของท่าน  ทำให้เป็นพระเครื่องที่มีความปาฏิหาริย์ความศักดิ์สิทธิ์ ระดับ  ราชาแห่งพระเครื่อง.....







พระกําแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ ลายกนก กรุลานทุ่งเศรษฐี กําแพงเพชร ของ ส.ส.เกียรติชัย ติรณศักดิ์สกุล.
อีกองค์คือ พระกําแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ ลายกนก กรุลานทุ่งเศรษฐี กําแพงเพชร.....

สมัย สุโขทัย ยุค พระมหาธรรมราชาลิไท บ้านเมืองมีความสงบรุ่งเรือง  พระเจ้าแผ่นดินและราษฎร  ต่างฝักใฝ่ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาจึงมีการจัดสร้างพระพิมพ์มากมาย  เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนา.....

ประติมากรรม  พระพิมพ์จึงเกิดขึ้นทุกวัด ในเขตนครชุม ทุ่งเศรษฐี เช่น พระกําแพงซุ้มกอ  พระกําแพงเม็ดขนุน พระกําแพงพลูจีบ พระกําแพงกลีบจําปา ฯลฯ.....

 โดยเฉพาะ พระซุ้มกอ ศิลปะสุโขทัยยุคต้น (วัดตะกวน) ที่มีพุทธศิลป์อลังการ.....

การ ค้นพบ พระกำแพงซุ้มกอ มี เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) อย่างประหลาด  เพราะตอนที่ สมเด็จฯ โต ธุดงค์ขึ้นไปโปรดญาติโยมที่เมืองกำแพง เมื่อราวๆ  พ.ศ. 2392 ได้พบศิลาจารึก (หลักที่3)  ที่วัดเสด็จ.....

แปลความได้ ว่าที่เมืองนครชุม  ยังมีโบราณสถานและองค์พระเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุและพระพิมพ์  อยู่ฝั่งทิศเหนือ

เมื่อค้นหา ก็พบพระเจดีย์ 3 องค์หน้าวัดบรมธาตุ  จึงบูรณปฏิสังขรณ์ ทําให้ได้พบพระพิมพ์มากแบบ ทั้งชนิดเนื้อดินผสมผง  เนื้อว่านบุหน้าทอง หน้าเงิน และเนื้อชิน.....

พระเนื้อดินผสมผง  ได้รับความนิยมสูงสุด แยกได้ 2 พิมพ์ คือ แบบมีลายกนก (มีพิมพ์ใหญ่  พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์จิ๋ว พิมพ์ขนมเปียะ) และแบบ ไม่มีลายกนก  ซึ่งมีขนาดเดียว เนื้อเป็นสีดํากับนํ้าตาล ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเป็น  พิมพ์ใหญ่ลายกนกเนื้อดินผสมว่าน แบบนี้ของ ส.ส.เกียรติชัย ติรณศักดิ์สกุล  ซึ่งเป็น พระหน้าใหม่ ที่สวยระดับ 5 ดาว.....







รูปหล่อโบราณ พิมพ์ขี้ตา หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิจิตร ของชาคริต หริตวร.
ตาม มาด้วย รูปจําลอง หล่อโบราณ พิมพ์ขี้ตา หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิจิตร  ซึ่งไม่มีวี่แววว่าจะมีรูปหล่อพระเกจิฯ  องค์ใดเลื่อนชั้นมาเทียบได้ทั้งชื่อเสียงและ--องค์สวยบาดใจ  เนื้อโลหะเข้มข้นครบสูตรแบบนี้ของ เสี่ยชาคริต หริตวร  ประเมินราคาอย่างถูกสุดๆ ต้อง 4 ล้านขึ้น.....







พระร่วงยืน กรุวัดพระธาตุ ชลบุรี ชายจีวรกว้าง ของโต๊ะเซ้ง ประธานชมรมพระเครื่องชลบุรี.
องค์ต่อไปคือ พระร่วงยืน กรุวัดพระธาตุ ชลบุรี ซึ่งเป็นยอดพระกรุ-พระเก่า หนึ่งเดียวของเมืองชล.....

พระศิลปะทวารวดียุคปลาย ค้นพบเมื่อ พ.ศ.2490 ในกรุพระ บริเวณหน้าวัดพระธาตุ  เป็นพระเนื้อตะกั่ว สนิมแดงมีไขขาวขึ้นคลุมอยู่ชั้นนอก  ลักษณะพิมพ์ทรงเหมือน พระร่วงยืน ลพบุรี แยกได้ 2 พิมพ์ คือ แบบชายจีวรแคบ  กับ ชายจีวรกว้าง กระโปรงบาน แบบองค์นี้ของ เสี่ยชํานาญ ศรีพัชรเอก  (โต๊ะเซ้ง) ประธานชมรมพระเครื่องชลบุรีคนสมัยก่อน ใช้ภาษาง่าย  พูดปุ๊บไม่ต้องแปล เลยบัญญัติคำว่า กระโปรงบาน ให้เห็นภาพว่า ชายจีวรบาน  เหมือนกระโปรงผู้หญิง.....







พระกริ่งสวนเต่า ยุค ร.5 ของ พล.อ.เชวงศักดิ์ ทองสรวย.

ต่อไป คือ พระกริ่งสวนเต่า พระดีพิธีหลวง ซึ่ง ร.5 ทรงให้ประกอบพิธีจัดสร้าง ณ บริเวณสวนเต่า ในพระบรมมหาราชวัง.....

พระกริ่ง ถือเป็นพระเครื่องชั้นสูง เพราะมีขั้นตอนการสร้างยุ่งและยาก  ไม่เหมือนการจัดสร้างพระพิมพ์ ที่กดพิมพ์แล้วถึงนำมาปลุกเสก  หรือใช้มวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่ว่าดี ผสมไปในเนื้อชั้นหนึ่งก่อน.....

แต่  พระกริ่ง จะต้องลงอักขระคาถาในแผ่นทอง ถึง 108 ยันต์  และลงทับลงถมตามตำรากันมากมายจนกว่าจะครบถ้วน

ทุกขั้นตอนต้องมีฤกษ์พานาที  ซึ่งแน่นอนว่า ต้องมีทุนทรัพย์มาก การจัดสร้าง พระกริ่ง ในสมัยก่อน  จึงเป็นเรื่องของในรั้วในวังหรือผู้มีอำนาจบารมี  ไม่ใช่เรื่องของชาวบ้านธรรมดา.....

พระกริ่งสวนเต่า ฝีมือช่างหลวง  เทหล่อแบบโบราณ เป็นรูปจําลององค์พระศาสดาปางสมาธิ นั่งลอยองค์ ถือธรรมจักร  เนื้อโลหะผสม สีนากกลับดํา.....

ทุกวันนี้ หายากมาก องค์งามๆแบบนี้ของ พล.อ.เชวงศักดิ์ ทองสรวย จึงเรียกราคาได้ตามความพอใจ.....







ราหูกะลาตาเดียว หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง นครปฐม ของหมึก ท่าพระจันทร์.
สุด ท้ายเป็นเครื่องรางของขลังที่กำลังเหมาะมากๆกับสถานการณ์บ้านเมืองที่พระ ศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก คือ ราหูกะลาตาเดียว หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง นครปฐม  .....

เชื่อถือกันมาว่า ราหูกะลาตาเดียว ของ หลวงพ่อน้อย  มีอานุภาพหนุนดวงชะตา ให้เจริญรุ่งเรือง แม้ยามดวงตกก็ช่วยบรรเทาได้  แต่แย่หน่อยที่ยุคนี้หายาก และแพงระยับ--อันเจ๋งๆสวยเหน่งๆ  ดูง่ายๆแถมมีเลี่ยม (นาก) เก่ามาแต่กำเนิดจากวัด อย่างนี้ของ เสี่ยหมึก  ท่าพระจันทร์ ราคาเป็นแสนๆ .....

แต่ก่อน นักนิยมพระเครื่อง เครื่องรางของขลัง จะเรียกว่า ราหูอมจันทร์ เพราะคตินิยมในการสร้างว่า  สิ่งที่มีอำนาจยิ่งใหญ่ในจักรวาล  ที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของสิ่งมีชีวิตในโลก คือ พระจันทร์ และ  พระอาทิตย์.....

แต่ พระอาทิตย์ และ พระจันทร์ ก็ยังแพ้ต่อยักษ์  พระราหู ซึ่งสามารถแสดงอิทธิฤทธิ์ อมพระจันทร์ หรือ อมพระอาทิตย์ ได้  ทำให้เกิด จันทรคราส หรือ สุริยคราส โลกมืดมิดไปชั่วขณะ.....

จริง อยู่ เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ ที่เงาของโลกบังดวงจันทร์ดวงอาทิตย์  แต่เกจิอาจารย์ ได้นำมาใช้เพื่อผลทางความเชื่อศรัทธา ชักจูงคนเข้าสู่วัด  ซึ่งแม้จะเป็นแนวไสยเวท  แต่ก็มีพุทธพราหมณ์ปะปนเพราะมีการสวดปลุกเสกด้วยพระคาถา .....

หลวงพ่อน้อย จึงจัดสร้างเครื่องรางของขลัง ราหูอมจันทร์ โดยหา กะลาตาเดียว  ถือว่าเป็นวัสดุอาถรรพณ์นำมาแกะเป็น หน้ายักษ์ (ราหู) อมพระจันทร์  หมายถึงพระอาทิตย์และพระจันทร์ (แต่ใช้ พระจันทร์ เป็นสัญลักษณ์รวม)  แต่บางเกจิ แกะสองแบบ คาบพระจันทร์ อีกหน้าคาบพระอาทิตย์  แล้วเอามาประกบไว้ด้วยกัน.....

การใช้ พระราหู จะต้องสวด พระคาถาสุริยประภา ในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืน สวด คาถาจันทรประภา.....

เอา คาถาไปด้วยเลย คาถาสุริยประภา คือ กุเสโต มะมะ กุเสโต โตราโม มะมะ โตราโม  คุยหะโม มะมะ คุยหะโม คุตติโม มะมะ คุติโม ส่วนคาถากลางคืน ท่องว่า ยะถาตัง  มะมะ ตังถายะ ตังวะตัง มะมะ ตังวะตัง ตังเสกา มะมะ กาเสตัง มะมะ  ยะติกา.....








หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด รุ่นมหาทิพยมนต์ ของพ่อท่านฉิ้น วัดเมืองยะลา.
เข้า  สนามพระใหม่ ไปดูว่ามีอะไรเช่ามาบูชาส่งท้ายปีเก่ารับปีใหม่บ้าง รายการแรก  คือ หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด รุ่นมหาทิพยมนต์ ของ พ่อท่านฉิ้น โชติโก  วัดเมืองยะลา พระเกจิ อาจารย์สายตรงหลวงปู่ทวด

ซึ่งเป็นทั้งศิษย์และสหธรรมิกของ พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ปัตตานี  คู่กับศิษย์อีกองค์คือ พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว ซึ่งเคยร่วมกันจัดสร้าง  พระเครื่องเนื้อว่านหลวงพ่อทวด 2497 และ พระหลวงปู่ทวด เนื้อว่าน  วัดเมืองยะลา ปี 2505.....

จึงยอมรับกันว่า พ่อท่านฉิ้น  รอบรู้ศาสตร์การสร้าง พระหลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด ดีที่สุด

เมื่อท่านจัดสร้าง รุ่น มหาทิพยมนต์ จึงได้รับความศรัทธาอย่างล้นหลาม.....

นอก จากรู้จริง  หลวงพ่อยังมีเมตตาอยากให้ลูกศิษย์ได้พระหลวงพ่อทวดรุ่นนี้ไปบูชาทั่วถึง  จึงออกให้บูชาในราคาไม่แพง มี หลวงพ่อทวด ขนาดบูชา ห้อยคอ  หลวงพ่อทวดพิมพ์เสมาหน้าเลื่อนยกฐานะ, พิมพ์เตารีด, พิมพ์อาร์ม  ตะกรุดมหาทิพยมนต์ แหวนหลวงพ่อทวด เพื่อสมทบทุนสร้างวิหาร  ประดิษฐานพระบรมรูป 4 พระมหากษัตริย์ไทย พ่อขุนรามคำแหงมหาราช  สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช   และสมเด็จพระปิยมหาราช.....

พิธีพุทธาภิเษกมี 12 ธ.ค.นี้ ณ  วัดเมืองยะลา

โดยมีพระเกจิอาจารย์สายใต้รวมเสก อาทิ พ่อท่านผัน วัดทรายขาว,  พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ, พ่อท่านพล วัดนาประดู่ ฯลฯ.....







พ่อทวดดำ มหาเศรษฐี ของพ่อท่านดำ วัดสระแก้ว (หนา) ร่อนพิบูลย์ นครศรีธรรมราช.
อีก สำนักมาจาก พ่อท่านดำ วัดสระแก้ว (หนา) อ.ร่อนพิบูลย์ นครศรีธรรมราช  ซึ่งลูกศิษย์ยกย่องว่าเป็นพระแท้ พระสุปฏิปันโน มีพุทธาคมและวิปัสสนาญาณ  ปฏิบัติดี ทำวัตรปฏิบัติไม่เคยขาด และมีเมตตาสูง  ใครไปกราบขอบารมีเพื่อทำคุณประโยชน์บำรุงศาสนาและสาธารณะอื่นๆ  ท่านไม่เคยขัด จึงเป็นที่ศรัทธาของศิษยานุศิษย์ทางใต้มาก.....

ร่ำลือ กันมานานว่า ท่านเป็นพระที่วาจาสิทธิ์ และเป็นพระอริยสงฆ์ ผู้มีตำนาน  ‘สรงน้ำในกา’ คือ สามารถย่อกายลงไปสรงน้ำในกาได้อย่างน่าอัศจรรย์  ซึ่งก็คงเป็นการอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบว่าวิชาพุทธคมของท่านล้ำเลิศ.....

ปัจจุบัน  พ่อท่านดำ มีอายุวัฒนมงคล 95 ปี 71 พรรษา แล้ว จึงมีดำริจัดสร้าง  หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ สูง 15 เมตร โดยจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่น ทวดดำ มหาเศรษฐี  ให้บูชาหาทุน.....

ลักษณะเป็น เหรียญเสมา ด้านหน้า หลวงปู่ทวด ด้านหลัง พ่อท่านดำ และ เหรียญหลวงปู่ทวดเตารีด รุ่นแรก.....

จัด พิธีพุทธาภิเษกไปแล้ว 2 วาระ เมื่อ 3 ต.ค. และ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา  โดยมีพระเกจิสายใต้นั่งปรกอธิษฐานจิต ให้วัตถุมงคลเปี่ยมด้วยพุทธาคม.....







สี่หูห้าตา รุ่น บันไดสวรรค์ ของครูบาบุญยัง วัดห้วยน้ำอุ่น อ.ลี้ ลำพูน.

สุด ท้ายเป็น เครื่องรางของขลัง คือ สี่หูห้าตา รุ่น บันไดสวรรค์ ของ  ครูบาบุญยัง วัดห้วยน้ำอุ่น อ.ลี้ ลำพูน วัดเก่าแก่บนพื้นที่สูง.....

ครู บาบุญยัง มีพลังฌานแก่กล้าและมีเมตตามาก บวชอยู่บนเขาตั้งแต่ยังเป็นเณร  เป็นลูกศิษย์ ครูบาชัยวงศาพัฒนา และเคร่งครัดมากเหมือนอาจารย์  ฉันมื้อเดียวและไม่ฉันเนื้อสัตว์ และสืบทอดวิชาการสร้างวัตถุมงคล  สี่หู-ห้าตา

ซึ่งโด่งดังมาจากอาจารย์ด้วย.....

จากตำนาน สี่หูห้าตา  เป็นพระอินทร์จำแลงลงมาช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากบนโลก มีลักษณะคล้ายลิง  เรียกว่า พญาวานรสี่หูห้าตา อีกทั้งยังสื่อถึงหลักธรรม เรื่อง พรหมวิหาร 4  คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และ ศีล 5.....

เครื่องรางของขลัง สี่หูห้าตา ของ ครูบาบุญยัง ได้รับความนิยมในหมู่ลูกศิษย์มากโดย  เฉพาะมาเลเซีย สิงคโปร์ เมื่อท่านดำริหางบสร้างบันไดสวรรค์  ให้คนขึ้นไปไหว้พระธาตุเจดีย์ข้างบนเขา จึงสร้างรุ่น บันไดสวรรค์ ให้บูชา  โดยเททองและพุทธาภิเษกชนวนมวลสารไปแล้ว และจะพุทธาภิเษก 7 ธ.ค.นี้.....

วัตถุมงคลชุดสี่หูห้าตา จัดสร้างเพียง 75 ชุด ตามอายุท่าน ในชุดมีถึง 40  รายการเช่น เนื้อโลหะปิดทอง เนื้อไม้ทรงเครื่องทองคำ ทรงเครื่องทองคำ  เนื้อเงิน เนื้อกะไหล่ทอง พระผงปิดด้วย ทอง, เงิน, นาก และล็อกเกตหลวงปู่  และผู้ที่สั่งจองชุดกรรมการ  จะได้สลักชื่อบนแผ่นหินอ่อนทางขึ้นบันไดด้วย.....

ลา กันด้วยเรื่องม็อบๆซะหน่อยจะได้ทันสมัย กับ เจ๊สมพร เจ้าของบริษัทส่งออก

ซึ่งวันที่ม็อบบุกกระทรวงการคลัง แกไปติดต่องานพอดี เลยติดอยู่นั่นแต่เช้า  และตกใจมากไม่กล้าฝ่าออกมา.....

จนถึงเย็น  เห็นข้าราชการทยอยออกจากกระทรวงแกก็เลยไหลๆตามมาออกันแถวลิฟต์  แต่ญาติที่โทร.ให้มารับ โทร.มาบอกว่าเข้ามาไม่ได้ แกเลยยิ่งกลัว  ไปยืนหลบอยู่ข้างลิฟต์ แล้วหยิบ พระนางพญา ในคอออกมาพนมมือหลับ  ตาสวดอย่างยาว.....

พอลืมตาหันกลับมาอีกที ปรากฏคนอื่นๆ ออกไปหมดแล้ว  เหลือแต่ยาม ซึ่งเดินมาถามว่า มาม็อบหรือเปล่า  แกรีบบอกว่าไม่ใช่อยากกลับบ้านแต่กลัว.....


ยาม บอกว่า โกลาหลแบบนี้ พระคงเอาไม่อยู่ และให้ เจ๊สมพร  ถอดพระถอดเพชรใส่กระเป๋าไว้ แล้วยามก็หยิบ ของดี จากคอตัวเอง ให้ เจ๊สมพร  คล้องคอไว้ และพาเดินฝ่าไปส่งถึงประตู เจ๊สมพร ก็รีบๆจ้ำผ่านม็อบ  พอออกประตูได้ ก็หันมาขอบอกขอบใจยามและถอด ของดี คืน บอกว่าคุณต้องอยู่ต่อ  ให้เอาไว้คุ้มครองรับรองเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์แล้ว--เพราะระหว่างเดินไป  แกก็สวดเสกไปให้ นกหวีด ของยามมีอานุภาพแคล้วคลาดภยันตราย เจ้าค่ะ  อามิตตพุทธ.
34  พระพุทธศาสนา / ข่าวพระพุทธศาสนา-ข่าวธรรมะ / ความคิดเห็นของ อ.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ล่วงเกินลบหลู่ หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2014, 07:20:24 AM
ความคิดเห็นของ อ.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ล่วงเกินลบหลู่ หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด



24 พ.ค.2543 เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ให้ความเห็นเรื่องปัญหาเงินบริจาคของ หลวงตาบัว วัดป่าบ้านตาด  ที่มีปัญหากับรัฐบาลชวน 2 ว่าเงินบริจาคของหลวงตามหาบัวนั้น คิดว่าหลวงตาไม่สามารถที่จะบังคับให้นำเงินไปทำอะไรได้ เพราะถือว่าได้บริจาคไปแล้ว “เป็นอรหันต์อย่าไปวิตก เป็นทุกข์ในสิ่งที่ไม่รู้ไปเปล่า ๆ ผมรู้ว่ามีคนไปโกหกหลวงตามากมาย หลวงตาก็เชื่อ ใครยุ ผมรู้ถึงขนาดรู้ว่ายุให้เอาเงินไปไว้ในฝ่ายออกบัตร หลวงตาจู้จี้มากก็จะเกิดกิเลส ละกิเลสไปแล้ว 50 ปี เป็นอรหันต์ไปแล้วก็สามารถกลับมาเป็นไม่ใช่อรหันต์ได้”

รู้ทันคนอื่นนักหนา แต่ก็ยังไม่รู้ทันกิเลสตัวเองอยู่ดี นี่เป็นความคิดเห็นที่เสียดสี หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด
35  พระพุทธศาสนา / ข่าวพระพุทธศาสนา-ข่าวธรรมะ / หลวงตามหาบัว ด่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์ ปกป้องทองคำช่วยชาติ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 10:47:48 PM


พระสายกรรมฐานผู้มีบทบาทในทางใหม่ "บิณฑบาตเงินทองช่วยชาติ" ซึ่งประสบวิกฤติเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 40 ครั้นได้เงินทองเข้าคลังแล้ว รัฐบาลนายชวน หลีกภัย เห็นชอบให้รวมบัญชีเข้ากับบัญชีอื่นๆ ของกระทรวงการคลัง ครั้งนั้น หลวงตาบัว วัดป่าบ้านตาดกระโดดขึ้นธรรมาสน์ เทศน์ด่าพรรคประชาธิปัตย์จนสูญพันธุ์ไปจากภาคอีสาน เปิดโอกาสให้ศิษย์รักทักษิณคว้าเก้าอี้นายกรัฐมนตรีไปครอง แต่ต่อมาก็มีปัญหาเรื่องคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช หลวงตาบัวออกโรงโจมตีทักษิณแบบไม่เหลือเยื่อไย และสุดท้ายทักษิณก็ถูกปฏิวัติไปในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 หลังจากนั้น หลวงตาบัวก็เงียบหายไป


แต่วันนี้ หลังจากมีข่าวว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ (พรรคประชาธิปัตย์ของนายชวน หลีกภัย) ได้เห็นชอบให้ทำการรวมบัญชีเหมือนสมัยนายชวนเป็นนายกฯ อีกครั้ง เราจึงได้เห็นการเคลื่อนไหวจากวัดป่าบ้านตาดทันที

 
ก็ไม่รู้สิว่าปัญหาครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร จะเปิดโอกาสให้ทักษิณรีเทิร์นรอบสองได้หรือเปล่า ก็ไม่มีใครรู้ใจพระอรหันต์ยุคปัจจุบันอย่างหลวงตาบัว

 
"ศิษย์หลวงบัว" บุก ธปท. ปกป้องทองคำ 13 ตัน - เงิน 10 ล้านดอลล์ หวั่นรัฐบาลรวบไปใช้หนี้หมดคลัง

ศิษย์หลวงตามหาบัวบุกธปท.ทวงความชัดเจนเรื่อง รวมบัญชีนำเงินบริจาคแก้ปัญหาหนี้ให้รัฐบาล เตรียมส่งทีมเข้ามาดูแลเงินเงินคงคลังร่วมด้วย "แบงก์ชาติ"ยันหากมีแนวทางนำเงินทุนสำรองมาใช้จะให้ส่งตัวแทนมาศึกษา

 
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พระครูอรรถกิจนันทคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าดอยลับงา จ.กำแพงเพชร และกรรมการมูลนิธิเสียงธรรมเพื่อประชาชน นำคณะลูกศิษย์พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) ประกอบด้วยตัวแทนพระจากวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี 2 รูป พระจากกรุงเทพฯ 1 รูป พระจาก จ.กำแพงเพชร 2 รูป และฆราวาสอีก 7 คน เข้าพบเจ้าหน้าที่ ธปท.เพื่อสอบถามความชัดเจนถึงแนวคิดของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ที่เสนอให้รวมบัญชีของ ธปท.เพื่อแก้ปัญหาหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ทั้งนี้ในบัญชีดังกล่าวมีทองคำที่มาจากการรับบริจาคของหลวงตามหาบัวรวมอยู่ด้วย

พระครูอรรถกิจกล่าวว่า ได้สอบถามถึงท่าทีของ ธปท.เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลที่จะรวมบัญชีทุนสำรอง ซึ่งเรื่องนี้หลวงตามหาบัวก็ต้องการรับทราบความชัดเจนเช่นกัน เพราะหากจะมีการนำเงินทุนสำรองมาใช้จริง คณะลูกศิษย์หลวงตามหาบัวก็จะคัดค้านการแก้กฎหมาย เพราะคิดว่าการแก้ปัญหาหนี้กองทุนฟื้นฟูฯที่รัฐบาลรับภาระดอกเบี้ยปีละ 5-6 หมื่นล้านบาทนั้น น่าจะมีแนวทางอื่นที่ดีกว่า จากนี้คณะหลวงตามหาบัวจะเข้าร่วมกับ ธปท.ดูแลเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่เป็นเงินคงคลังของประเทศอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

"ที่ฟังจากทางเจ้าหน้าที่แบงก์ชาติก็ไม่ได้ลงอะไรในรายละเอียดแต่อย่างใด แต่ที่เรามาก็เพื่อทำความชัดเจนกันว่า เราจะทำงานด้วยกันเพื่อรักษาคลังหลวงไว้ให้ดีที่สุด โดยที่เป็นความพอใจของประชาชนจริงๆ ที่สำคัญแบงก์ชาติไม่ได้เป็นคนทำอะไรเพื่อที่ให้มันยุ่งขึ้นมาเอง แต่ฝ่ายนโยบายรัฐ ซึ่งโดยหน้าที่ก็ต้องคิดว่าอะไรที่เป็นการแก้ปัญหาบ้านเมือง และรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบด้วย เราก็เข้าใจกัน แบงก์ชาติก็เข้าใจ ว่าอะไรที่จะช่วยแก้ปัญหาของบ้านเมืองได้เราก็จะช่วยกันแก้ปัญหา" พระครูอรรถกิจกล่าว

พระครูอรรถกิจ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลคิดก็มีทั้งที่ตรงใจและไม่ตรงใจ แม้แต่รองนายกรัฐมนตรี กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ยังมีบางคำตอบที่ตรงใจกัน และมีบางคำตอบที่ไม่ถูกใจกัน อย่างไรก็ตามคงจะต้องไปตกลงกันถึงวิธีการจะทำงานร่วมกัน แต่หากเป็นไปแนวทางการรวมบัญชี โดยการแก้ พ.ร.บ.เงินตราฯ ก็พร้อมจะคัดค้านให้ถึงที่สุด

"เท่าที่คุยกับแบงก์ชาติก็มองในแง่ของประโยชน์สูงสุด และแบงก์ชาติยังไม่มีรัฐบาลเข้ามากดดันใดๆ ทั้งสิ้น ก็สบายใจด้วยกันได้ทุกฝ่าย สามารถทำงานร่วมกันได้  เพราะต่างฝ่ายต่างไม่มีแรงกดดัน" พระครูอรรถกิจกล่าว

นายอรรคบุษย์ ไกรฤกษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายช่วยงานบริหาร ธปท. ผู้แทนผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ใช่มีเพียงกระทรวงการคลัง หรือ ธปท.ตัดสินเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของนโยบายรัฐบาลและการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยคณะลูกศิษย์หลวงตามหาบัวก็แสดงเจตนารมณ์ว่า หากมีการศึกษาแนวทางนำเงินทุนสำรองมาใช้จริง ก็จะขอส่งตัวแทนมาร่วมศึกษาด้วย โดยขณะนี้มีทองคำที่หลวงตามหาบัวบริจาคจำนวน 13 ตัน และเงินสดจำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

"กระทรวงการคลังก็ยังไม่ได้หารือกับแบงก์ชาติอย่างเป็นทางการถึงแนวทางการรวมบัญชี เพื่อแก้ปัญหาหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ และการหารือกับพระครูอรรถกิจ พร้อมคณะลูกศิษย์หลวงตามหาบัวก็ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดถึงการดำเนินการตามแนวทางของรัฐบาล แต่จะรายงานเรื่องดังกล่าวให้ผู้ว่าการแบงก์ชาติรับทราบ แต่คงตอบไม่ได้ว่าควรจะรวมบัญชีหรือไม่ เพราะต้องศึกษาให้รอบคอบ และต้องหารือกับหลวงตามหาบัวก่อน"  นายอรรคบุษย์กล่าว

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแนวทางการรวมบัญชี ธปท. ว่า เป็นเรื่องที่ต้องหารือกับ ธปท. เพราะถือว่าเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ปัจจุบันคงค้างที่ 1.1 ล้านล้านบาท ถือว่าเป็นเรื่องที่คาราคาซังมานาน และเป็นภาระต่องบประมาณ ขณะที่ ธปท. จะมีทุนสำรองทางการระหว่างประเทศเพิ่มสูงมากขึ้น จึงน่าจะมีกลไกที่จะใช้เงินทุนสำรองทางการระหว่างประเทศให้คุ้มค่าได้หรือไม่ โดยไม่ต้องกระโดดข้ามไปที่การรวมบัญชีก็ได้

ข่าว : มติชน
10 มีนาคม 2553               
36  พระพุทธศาสนา / ข่าวพระพุทธศาสนา-ข่าวธรรมะ / หลวงตามหาบัว ระแวงรัฐบาลชวน หลีกภัย จะนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 10:47:08 PM
หลวงตาบัว วัดป่าบ้านตาด ระแวงรัฐบาลชวน หลีกภัย จะนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์



หมาหางด้วน-โจรคบโจรแล้วพวกมึงเป็นใคร?

คนดีชอบแก้ไข คนอย่างไรชอบแก้ตัว?

ผมว่าประชาชนคงมองเห็นแล้วว่า หลักการหรือหลักกูกำลังเหลิงระเริงอำนาจ วันนี้เอแบคโพลเปิดเผยสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ที่มีต่อกรณีร้อนแรงกรณีหลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด หวาดระแวงรัฐบาลจะนำเงินกองทุนผ้าป่าช่วยชาติ ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

ตัวเลขร้อยละ 78.8 เกือบร้อยละ 80 เชื่อว่า ความห่วงใยของหลวงตามหาบัวที่ออกมาปกป้องเงินบริจาคของประชาชน เพราะไม่ต้องการให้รัฐบาลเอาไปถลุง

ขณะที่มีกลุ่มตัวอย่างเชื่อรัฐบาลชวน หลีกภัย จะเก็บรักษาเงิน และจะนำไปใช้อย่างถูกต้องตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค มีเพียงร้อยบะ 37.9 เท่านั้น

ผมว่ารัฐบาลน่าจะสำเหนียก ทบทวนบทบาทของตัวเองได้แล้ว!!!

แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย "ชวน หลีกภัย" ก็ยังดื้อตาใส ตะแบงหลีกภัยรายวัน ล่าสุดยังออกมายืนยันว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นคนเข้าไปคุกเข่ารับเงินกองทุนผ้าป่าช่วยชาติจากหลวงตามหาบัว นัยว่า รัฐบาลไม่มีส่วนรู้เห็นกับโครงการดังกล่าว

ครับ ผมเชื่อมั่นอยู่เสมอ ว่า คนดีชอบแก้ไข แต่คน "จัญไร" นั้นชอบแก้ตัว ไม่ทราบว่า ใครมีความเห็นอย่างไรบ้าง แต่ผมเชื่อว่า คนอย่างนายกรัฐมนตรี ที่มากมีด้วยหลักการ ย่อมเลือกวิธีการแก้อย่างแน่นอน !&!

ชวน หลีกภัย ขันอาสาเข้ามากอบกู้บ้านเมือง เคยประกาศไว้ว่า ปัญหาบ้านเมืองหนักหนาสาหัส โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ได้สร้างความสั่นคลอนให้กับประเทศชาติ เป็นอย่างมาก

นายกรัฐมนตรี ประกาศแสดงความพร้อม นำดรีมทีมเศราฐกิจ เข้ามากอบกู้ซากปรักหักพังของบ้านเมือง จากวันนั้นถึงวันนี้กว่า 2 ปีแล้ว เศรษฐกิจที่บอกว่า ฟื้นแล้ว ผงกหัวแล้ว แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ประชาชนมีคำตอบอยู่เต็มอก

แต่รัฐบาลภายใต้การนำของ ชวน หลีกภัย ที่แสดงความมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาของชาติประชาชน ไม่เคยบอกกับคนไทยเลยว่า รากเหง้าแห่งความล่มสลายของสังคมนี้ มีปฐมเหตุจาก อะไร

เป็นที่น่าเสียดาย คนที่แอบอิงอยู่กับหลักการ ความถูกต้อง ยุติธรรม กลับแสดงท่าทีทอดธุระกับความหายนะที่อุบัติขึ้น

ไม่มีใครเคยได้ยินเลยว่า ชวน หลีกภัย จะพูดถึงความล้มเหลวของบ้านเมือง เกิดจากการทุจริตคอรัปชั่น โดยเฉพาะธุรกิจการเมืองที่เบ่งบาน ควบคู่กับระบอบ การปกครอง ประชาธิปไตย นับแต่ปี 2475

ผมเสียใจ และไม่อยากจะได้ยินการโยนกลอง โทษว่า เป็นความล้มเหลวของรัฐบาลชุดที่แล้ว เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นตัวบ่งชี้ถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำว่า มีความคิดอ่านอย่างไร ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

ที่เสียใจหนักกว่านี้ ก็กรณีเงินบริจาคของหลวงตามหาบัว นายกรัฐมนตรีพูดออกมาว่า รัฐบาลไม่มีส่วนรู้เห็น ทำนองว่า ไม่ได้ไปขอร้องให้หลวงตามหาบัว มาช่วยรัฐบาล จึงไม่รู้ว่า กองทุนผ้าป่าช่วยชาติ ตกหล่นไปอยู่ในมือใครบ้าง ฮืม

แม้ว่า ชวน หลีกภัย จะพูดอะไรแบบตรงมาตรงไป ก็พอจะสื่อความหมายได้ชัดเจนแล้ว่า รัฐบาลไม่จำเป็นที่จะต้องให้พระมาช่วยเรี่ยไร นำเงินนำทองมากู้ชาติ หรือคนอย่างชวน อาจมองว่า ไม่ใช่กิจของสงฆ์ไปโน้น

หากคิดเช่นนั้น ก็อยากให้ ชวน หลีกภัย คิดใหม่ ทบทวนดูให้ดี ๆ เพราะสิ่งที่หลวงตามหาบัว ท่านปฏิบัติอยู่นั้น คือแบบอย่างที่งดงาม ที่คนในแผ่นดินนี้ จะต้องนำไปฉุกคิด และร่วมแรงร่วมใจกันปกป้องแผ่นดินนี้

ครับ แบบอย่างที่งดงาม สมควรที่คนทั้งชาติจะยกย่อง กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ กำลังถูกคนมืดบอด ทำลายด้วยอวิชชาโดยแท้

นี่ขนาดกฎหมายเฮงไม่ดี ยังไม่ผ่านความเห็นชอบ (พ.ร.บ.หัวดำปกครองสงฆ์) ยังมีอาการเคลื่อนไหวต่อสถาบันสงฆ์ถึงเพียงนี้ ถ้ามีกฎหมายอุบาทว์เกิดขึ้นจริง สงสัยฆราวาสไล่ตบหัวพระ หรือล่วงย่ามพระกันเลยหรือนี่

จะเอาอะไรกับคนอย่าง เฒ่า ส.ศิวรักษ์ ที่ออกมาพลิกฟ้าท้าแผ่นดิน ไร้สาระแก่นสาร หรือแม้แต่บักหำมหาเถียนปธ.9 ขี้เมา ที่จัดกลุ่มสร้างภาพ ก่นด่าผู้อื่นที่คัดค้านไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.หัวดำปกครองสงฆ์ ว่า เป็น "หมาหางด้วน" หรือ "โจรคบโจร"

แล้วพวกเอ็งสำคัญตัวเป็นเทพเจ้าวิเศษวิโสมาจากไหนกันว่ะ ??

ปัจฉิมวัยจะลงโลงกันอยู่แล้ว พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้มนุษย์ขี้เหม็นมาหัวราน้ำขึ้นธรรมมาสน์ เทศน์ปลุกสัตว์โลก ให้ตื่นจากอวิชชานี่หว่า ...

พระสังฆาธิการหลายพันรูปที่พากันไปคัดค้าน พ.ร.บ.ฆราวาสปกครองสงฆ์ ที่จิตตภาวัน เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เป็นโจร เป็นหมาหางด้วน กระนั้นหรือ อย่างไรเสีย ผมคนหนึ่ง เชื่อมั่นว่า พระคุณเจ้า จะเป็นเนื้อนาบุญให้สาธุชนเคารพกราบไหว้ ไม่สึกไปมีลูกมีเมีย ชี้หน้าด่าพระสงฆ์องค์เจ้า เหมือน "มหาทุมมังกุ" บางตัว ว่าไง มหาเถียน วันโปก!!!

โซตัส

ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ "พิมพ์ไทย" ปีที่ 3 ฉบับที่ 997 ประจำวันจันทร์ที่ 10 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543

ที่มา reocities.com/Tokyo/field/1244/04/pt430410c2.htm               
37  พระพุทธศาสนา / ข่าวพระพุทธศาสนา-ข่าวธรรมะ / ล้วงย่ามหลวงตาบัว รัฐบาลหน้ามืด จะโกงเงินพระ รัฐบาลชวน หลีกภัย (ประชาธิปัตย์) เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 10:46:27 PM
ล้วงย่ามหลวงตาบัว รัฐบาลหน้ามืด จะโกงเงินพระ (รัฐบาลชวน หลีกภัย พรรคประชาธิปัตย์)



รัฐบาลหน้ามืด (รัฐบาลชวน หลีกภัย พรรคประชาธิปัตย์)
ดูไม่จืดล้วงย่ามพระ
เงิน "ตาบัว" เห็นจะจะ
ถลุงซะจนเกลี้ยงคลัง

สำนักข่าวต่างดาวเปิดแถลงแจงสี่เบี้ยว่าด้วยเรื่อง รัฐบาลเสือโหย ขนาดเงินผ้าป่า ยังไม่เว้น เอาไปถลุงหมด เหลือกี่บาทกี่เฟื้อง เอาโชว์ให้ดูด้วย ไม่งั้น ตูไม่ยอมเด็ดขาด

ที่ "พิมพ์ไทย" เราคัดค้านมาตลอดเรื่องการออกกฎหมาย "ฆราวาสปกครองพระ" หรือที่เรียกว่า พ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา เพราะเราไม่เชื่อว่า ฆราวาส จะใช้เงินของวัด ไปตามเจตนารมณ์ที่คนเขาบริจาคให้มา

นี่ยังไม่ทันออกกฎหมายมา มันก็มีเรื่องเกิดขึ้นซะแล้ว เมื่อ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ท่านออกมาโวยวาย เรื่องเงินผ้าป่าช่วยชาติ ที่ท่านเรี่ยไรจากประชาชนทั่วไป เพื่อเอา ไปเป็นเงินสำรองของประเทศ และส่งเข้าคลังหลวง

ก่อนหน้านี้ มีข่าวออกมาตลอดเวลาว่า เงิน ทองคำ ดอลล่าร์ ที่หลวงตามหาบัว ท่านรวบรวมมาเป็นพันเป็นหมื่นล้านบาทนั้น กระทรวงการคลัง เอาไปถลุงหมดแล้ว

แต่ข่าวก็คือข่าว ไม่เคยมีใครตรวจสอบความจริงอันนี้มาก่อน

จนกระทั่ง หลวงตาบัว วัดป่าบ้านตาด ท่านออกมาเทศน์ขอร้องว่า อย่าเอาเงินของประชาชนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ แสดงให้เห็นว่า ข่าวที่เกิดมาก่อนหน้านี้ มีเค้ามูลความจริง

ดังนั้น เพื่อความบริสุทธิ์ใจของรัฐบาล น้าชวน หลีกภัย จะต้องเอาเงิน ดอลล่าร์ และทองคำ มากองให้ประชาชนทั้งประเทศดูให้เห็นกันจะจะ จะชี้แจงยังไง เราไม่รับฟังทั้งสิ้น เพราะเรา ไม่เคย เชื่อถือรัฐบาลชุดนี้เลยแม้แต่น้อย

เห็นมั้ยครับ ยังไม่ทันออกกฎหมายหัวดำปกครองพระเลย เกิดมีปฏิบัติการ "ล้วงย่ามพระ" เกิดขึ้นจริง ๆ แล้ว

การที่หลวงตามหาบัว ท่านไม่ห้ามลูกศิษย์ล่าชื่อ 5 หมื่นชื่อ ปลด ทารุณ นิมมานเหมินท์ แถมยังพูดในทำนองยุส่งอีกว่า

"ก็แล้วแต่ประชาชน เขาจะร่วมมือกันกี่แสนกี่ล้านคน ก็เรื่องของเขา ถ้าเห็นว่า รัฐบาลใช้ไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของคนทั้งชาติ เพราะคนทั้งชาติเป็นผู้ตั้งรัฐบาลขึ้นมา เมื่อเห็นว่า รัฐบาลทำไม่ถูก ประชาชนอาจทำได้ เพราะเขาเป็นพ่อเป็นแม่รัฐบาล"

นอกจากนี้ หลวงตาบัว วัดป่าบ้านตาด ยังบอกอกีว่า อย่าง พระ ก. นำเงินไปเข้าคลังหลวง แล้วบอกว่า ทำทุกอย่างให้ถูกวัตถุประสงค์ของเรา นาย ป. จะทำทุกอย่างให้ถูกวัตถุประสงค์แล้ว เอาไป "ถลุง" ตามวัตถุประสงค์ของเขา เราก็ไม่รู้ ไม่แน่ใจ

ตรงคำว่า "ไม่แน่ใจ" และคำว่า "ถลุง" นี่แหละครับ ทำให้เราสงสัยว่า รัฐบาลได้นำเงินผ้าป่าหลวงตามหาบัว ไป "ถลุง" เรียบร้อยโรงเรียน "ทาซาน" เสียแล้ว

และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เราก็ไม่รู้ว่า จะร้องเพลงอะไรกันดี เพราะรัฐ "โหย" ถึงขนาดนี้ มันมดสภาพในความเป็นผู้เป็นคนไปแล้ว

คนไทยพุทธแท้น่ะครับ อย่าว่าเงินบุญเงินผ้าป่าเลย แม้แต่เงินที่พระซึ่งสนิทกัน ให้เรามาซื้อขนมตอนเป็นเด็ก เรายังคิดเลยว่า ควรรับหรือไม่ควรรับ เพราะเงินของพระ ต้องใช้เพื่อ ประโยชน์ของพระศาสนา

แต่นี่รัฐบาลเล่นฟาดเงิน "ผ้าป่า" และไม่ใช่น้อย ๆ เสียด้วย ทำให้เรารู้สึกทำใจไม่ได้จริง ๆ

สำหรับสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลไปแตะเงินผ้าป่า หลวงตามหาบัว นั้น มันมีความเป็นมาเป็นอย่างนี้ครับ

ในระยะที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างดาวนี่แหละทั้งเตือน ทั้งด่ารัฐบาลว่า ท่านจะพาประเทศชาติไปถึงทางตัน ถ้าเอาเงินไปถมแบงก์แบบที่ทำ ท่านก็ไม่เคยฟัง

ที่สำคัญการออกระเบียบเคร่งครัดตามคำสั่ง IMF ทั้งในเรื่องลูกค้าขาดส่งดอก 3 เดือน ให้ตัดเป็น NPL และการบีบให้แบงก์เพิ่มทุน ทั้งที่รู้ว่า เจ้าของแบงก์เขากระเป๋ากลวง

การออกระเบียบดังกล่าว ทำให้พ่อค้า นักธุรกิจ และประชาชน กลายเป็นลูกค้า NPL ของแบงก์ เป็นจำนวนมาก คนพวกนี้ทั้ง หมดเครดิตและถูกเรียกหนี้คืน เดือดร้อนกันไป ทุกหย่อมหญ้า

ท้ายที่สุด เขาก็ไม่มีเงินมาเสียภาษี รัฐบาลก็ขาดรายได้ จนลือกันไปหึ่งทั่วประเทศ ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาว่า รัฐบาลแทบจะไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนให้กับข้าร่วนเกินไป "ถลุง" ได้ตามกฎหมายใหม่

พอดีการรวมบัญชี มันทำให้เงินผ้าป่าของหลวงตามหาบัว ไหลเข้าไปอยู่ในบัญชีใหม่ด้วย

รัฐบาลที่ "โหย" อยู่แล้ว จึงโดดเข้าขย้ำเงินหลวงตาซะจมเขี้ยว โดยขาดซึ่งสำนึกผิดชอบชั่วดี ด้วยประการทั้งพวง ... เวรกรรมของประเทศชาติ ... แต๊ ๆ

ข้อมูล หนังสือพิมพ์ "พิมพ์ไทย" ปีที่ 3 ฉบับที่ 990 ประจำวันจันทร์ที่ 3 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543
38  พระพุทธศาสนา / ข่าวพระพุทธศาสนา-ข่าวธรรมะ / วิบากกรรมประเทศชาติ กรณีศึกษาผ้าป่าหลวงตามหาบัว หายไปไหน? เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 10:45:50 PM
วิบากกรรมประเทศชาติ กรณีศึกษาผ้าป่าหลวงตามหาบัว หายไปไหน?



เงินกองทุนผ้าป่าช่วยชาติหายไปไหน? พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือ หลวงตามหาบัว พระสุปฏิปันโน แห่ง วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ซึ่งประกาศก้องแผ่นดินว่า ประโยชน์ของท่าน ได้บำเพ็ญเพียงสำเร็จแล้ว ตามที่มุ่งหวังไว้ในการเป็นพระภิกษุ ผู้มุ่งเผาผลาญกิเลสน้อยใหญ่ บรรลุแล้ว ชีวิตที่มีลมหายใจอยู่นี้ ขอยังประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมือง

นับแต่นั้น โครงการผ้าป่าช่วยชาติ ก็ถูกนำมาเผยแพร่ออกสู่สายตาประชาชน โดยมีหลวงตามหาบัว เป็นประธานรับบริจาคเงินสด ทั้งบาท และดอลล่าร์สหรัฐ รวมถึงทองคำ

บารมีของหลวงตาบัวขจรขจายไปทั่วสารทิศ เพียงไม่กี่เดือน ประชาชนก็ได้นำเงินทองคำ มาถวายหลวงตามหาบัวเป็นจำนวนมาก

จากวันนั้น ถึงวันนี้ มีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทแล้ว

ข้อวัตรปฏิบัติของพระป่าอย่างหลวงตามหาบัว ที่ยืนยัน จะเป็นแบบอย่างของคนไทยทั้งชาติ ในการปลุกสำนึกให้พี่น้องชาวไทย ปกป้องแผ่นดินแม่

เป้าหมายของ หลวงตาบัว วัดป่าบ้านตาด ในการเรี่ยไรรับเงินบริจาค ก็เพื่อนำเงินและทองคำมาฝากไว้กับคลังหลวง เพื่อเป็นเงินก้นถุงให้กับประเทศ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ก็สามารนำเงิน ส่วนนี้มาใช้ได้

รัฐบาลภายใต้แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ก็ออกมาเป็นตัวตั้งตัวตีประสานเสียงรับความเห็นท่วงทีของหลวงตามหาบัว โดยจัดตั้งโครงการกองทุนไทยช่วยไทย มี "สุพัตรา มาสดิตถ์" ดูแล แต่แล้วโครงการไทยช่วยไทย ก็ยกเลิกไปอย่างไร้เหตุผล

ทว่าผ้าป่าช่วยชาติ ที่มีพระแก่ ๆ อย่างหลวงตามหาบัว ยังคงเดินหน้าต่อไป อย่างไม่หยุดยั้ง เพ่อให้ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้

ครับ ผมไม่รู้ว่า จะพูดอย่างไรถูก สำหรับความมุ่งมั่นในการฟื้นฟูประเทศชาติ หากเปรียบเทียบระหว่างหลวงตามหาบัว กับคณะรัฐมนตรีแล้ว ประชาชนย่อมตัดสินได้ว่า ใครจริงใจ ที่จะช่วยเหลือชาติ ให้พ้นวิกฤติทางเศรษฐกิจกันแน่

ภาพที่ปรากฏต่อสายตาประชาชนในห้วงเวลานี้ ผมกล้าพูดได้ว่า แม้แต่สงฆ์ผู้มีอายุเข้าสู่ปัจฉิมวัย ยังเป็นห่วงเป็นใยต่อประเทศชาติถึงเพียงนี้ แต่รัฐบาลกลับมุ่งเน้นแต่จะ "ขายชาติ" ขายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

อีกหน่อย คงขาย "ถั่วดำ" ของรักของคน ปชป. กินกันบ้างล่ะ ฮืม

จะปฏิเสธ จะตะแบง อะไรอีก "ชวน หลีกภัย" ทนายแก้ต่างแก้ไปทุกเรื่อง จนยุ่งเหยิงอีรุงตุงนังไปหมดแล้ว "สนั่น ขจรประศาสน์" ก็คนดี ยิ่งไปกว่านั้น กล่องดวงใจอย่าง "ธารินทร์ นิมมานเหมินท์" ใครจะไปแตะต้องได้

การนำเงินผ้าป่าช่วยชาติของหลวงตามหาบัว ไปใช้ผิดประเภท ก็ส่อแสดงให้เห็นถึงสันดานเอาแต่ได้ มักง่ายเข้าว่า ของรัฐบาลนี้ได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะหลักการที่ว่า "ดีใส่ตัว ชั่วโยนให้ชาวบ้าน"

ชวน หลีกภัย ออกมาพูดถึงเรื่องเงินผ้าป่าช่วยชาติว่า รัฐบาลไม่เกี่ยว กระทรวงการคลัง ไม่ได้รับเงินจากโครงการนี้ เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

รัฐบาลคิดว่า ประชาชนกินแกลบกินหญ้างั้นหรือ?

จึงกล้าออกมาโยนกลองแหกตาประชาชนอีก จริงอยู่ แม้ว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง จะไม่ได้หยิบเงินจากผ้าป่าหลวงตามหาบัว มาใช้โดยตรง

แต่การที่รัฐบาล โดยคณะรัฐมนตรี สุมหัวกันผ่านกฎหมาย "อัปมงคล" ว่าด้วย พ.ร.บ.แบงก์ชาติ ซึ่งแม้แต่ "หม่อมเต่า - จตุมงคล โสณกุล" ผู้ว่าธปท. จะออกมาคัดค้านถึงการ รวมบัญชีของธปท.ไว้เป็นบัญชีเดียวกัน แต่ ครม.ก็ยังตะแบงผ่านกฎหมายได้

รัฐบาลขายชาติ จะปฏิเสธความรับผิดชอบอย่างไร เกี่ยวกับการนำเงินผ้าป่าช่วยชาติไปใช้ผิดประเภท การออกมาอ้างว่า เป็นหน้าที่ของ ธปท. ที่จะดูแลเงินดังกล่าว ให้สมดัง เจตนารมณ์ของผู้บริจาค จึงเป็นเรื่องที่เด่นชัดยิ่งในการปฏิเสธความรับผิดชอบ อย่างหน้าละอายที่สุด

นายกรัฐมนตรีที่ประกาศตัวว่า เติบโตมาจากลูกชาวบ้าน เป็นเด็กวัดเก่า น่าจะแสดงจุดยืนเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ชัดเจน ผมไม่อยากจะเชื่อว่า คนอย่าง ชวน หลีกภัย จะลืมยางข้าว ก้นบาตร ดังนั้น จะต้องแสดงความกล้าหาญ รับผิดชอบต่อเหตุกรณ์ที่เกิดขึ้น

หลวงตามหาบัวท่านก็พูดชัดแจ้งแล้วว่า ต้องการให้นำเงินนั้น เก็บไว้เป็นเงินสำรองของชาติ ไม่ใช่ให้เอาไปใช้หนี้ฝรั่ง ไอเอ็มเอฟ ซ้ำยังระบุด้วยว่า เริ่มเกิดความไม่แน่ใจแล้วว่า เงินและทองคำที่ได้รับบริจาคนั้น รัฐบาลได้นำไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายอย่างไร

เพราะก่อนที่จะนำเงินไปมอบให้รัฐบาล มหาโจรก็อ้างตัวว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ นามสกุลตระกูลไม่ได้ด่างพร้อย และก็ไม่เคยตรวจสอบเลยว่า เงินที่มอบให้ไปนั้น จะนำไปใช้เพื่อ กิจการใดแน่

ถึงชั่งโมงนี้ มีคำถามว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ และทองคำมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทนั้น รัฐบาลนำไปเก็บไว้ที่ไหน หรือ ช่วยกันถลุงคนละมือละไม้ ผลาญจนเกลี้ยงไม่เหลือเสียแล้ว

หากอยู่ก็ต้องนำเงินและทองคำมาแสดงให้ประชาชนได้เห็นกันจะจะ เพราะทุกวันนี้ รัฐบาลหมดเครดิต เชื่อถืออะไรต่อไปไม่ได้แล้ว ที่สำคัญต้องเร่งทำความจริงให้ปรากฏ ก่อนที่ประชาชนจะพากันเข้าชื่อถอดถอน รมว.คลังและนายกรัฐมนตรี

นี่ขนาด พ.ร.บ.ฆราวาสปกครองสงฆ์ ยังไม่ผ่านความเห็นชอบเป็นกฎหมายบังคับ ยังเกิดเรื่องระยำต่ำทรามถึงเพียงนี้ได้ หากกฎหมายอัปยศผ่านความเห็นชอบ สถาบันสงฆ์จะ กลายเป็น ธนาคารให้พวกโจรใส่สูท ปล้นสะดม อย่างแน่นอน

เงินประเทศชาติผลาญกันจนหมดเกลี้ยงคนบาปกำลังจ้องฮุบวัด

ผมขอเตือนรัฐบาลคนบาป ระวังนรกจะกินกบาล

ทุกวันนี้ สถาบันหลักของชาติ โดยเฉพาะสถาบันสงฆ์ปั่นป่วนวุ่นวาย ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่ง เกิดจากความอ่อนด้อย เบาปัญญาของฝ่ายการเมือง ที่ไม่เข้าใจวิธีอุปถัมภ์อุ้มชู พระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์

โซตัส

ข้อมูล หนังสือพิมพ์ "พิมพ์ไทย" ปีที่ 3 ฉบับที่ 990 ประจำวันจันทร์ที่ 3 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543               
39  พระพุทธศาสนา / ข่าวพระพุทธศาสนา-ข่าวธรรมะ / เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ออกมาพูดเรื่องหลวงตามหาบัว พี่แกไม่กลัวนรกจริงๆ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 10:45:16 PM
เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ออกมาพูดเรื่องหลวงตามหาบัว พี่แกไม่กลัวนรกจริงๆ


หลวงตาบัว (2)

สื่อติงหลวงตาบัว
อย่าเอาตัวกลั้วกิเลส
มองธรรมด้วยวิสัยเปรต
จะเป็นเหตุลงโลกันต์

สำนักข่าวต่างดาวเปิดแถลงแจงสี่เบี้ย ว่าด้วยเรื่อง การวิพากษ์วิจารณ์ กรณี "หลวงตามหาบัว" ของสื่อมวลชนในขณะนี้ต่อจากเมื่อวานนี้

อื้อหือ .. เห็นคำพูดของ เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักตามหาแก่นธรรม ออกมาพูดเรื่อง หลวงตาบัวแล้ว ต้องยอมรับว่า พี่แกไม่กลัวนรกจริง ๆ

"ไอ้ทิด" ขอฉายหนังซ้ำให้ท่านผู้ชมได้ดูอีกรอบ ด๊อกเตอร์เจิมแก่พ่นว่า

ขณะนี้ หลวงตาบัว วัดป่าบ้านตาด ค่อนข้างร้อน แต่คำว่า นิพพานแปลว่า เย็นและสงบ ซึ่งก็อยากให้ท่านทั้งเย็น สงบ และสว่าง

ท่านบอกว่า เป็นอรหันต์ ก็เป็นห่วงว่า อรหันต์อวดได้หรือไม่ เพราะถ้าเป็นจริงเขาจะไม่อ้าง พระพุทธเจ้าห้ามไว้ แสดงว่า ท่านยังมีกิเลส

อรหันต์แปลว่า หมดซึ่งกิเลส หมดจากโลภ โกรธ หลง จริง ๆ ตอนนี้ท่านเป็นมหาตมะ ซึ่งแปลว่า ผู้มีตนอันยิ่งใหญ่ แต่อย่าให้ผมแปลความหมายลึกซึ้งเลยว่า คืออะไร ผู้ที่ศึกษา เรื่องนี้จะทราบดี

สรุปคำพูดของด๊อกเตอร์เจิมก็คือ แกบอกว่า หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด ยังมีกิเลส และยัง "ร้อน" อยู่ จึงไม่น่าจะเป็นพระอรหันต์

ทีนี้ เราต้องมาตีความกันอีกละครับว่า พระอรหันต์เป็นคนแบบไหนกันแน่ ถึงได้เป็นยากเป็นเย็น และรู้ได้ยากเสียด้วย

ความจริงแล้ว พระอรหันต์นี่ ดูรูปกายภายนอกก้เหมือนกับผู้คนทั่วไปนี่แหละไม่มีอะไรแตกต่าง บางองค์อาจจะเวิ้กว้ากเอ็ดตะโรไปตามเรื่องตามราวเสียด้วยซ้ำ

ขนาด สารีบุตร ที่เป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา ท่านยังกระโดดโลดเต้น ถูกพระในสมัยนั้นวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่เหมาะสม เรื่องรู้ไปถึงพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงแก้ว่า พระสารีบุตร เคยเกิดเป็นลิงมาหลายร้อยชาติ ก็เลยติดนิสัยอันนี้มา

พระโมคคัลลานะ อัครสาวกเบื้องซ้ายก็เช่นเดียวกัน ท่านเป็นนักบู๊ เห็นพระสงฆ์อดอยาก ก็อาสาพระพุทธเจ้าพาพระสงฆ์ "เหาะ" ไปบิณฑบาต ในประเทศที่อุดมสมบูรณ์ พระพุทธเจ้าก็ห้ามไว้

ในบางครั้ง ท่านก็อาสาว่า จะใช้ฤทธิ์พลิกแผ่นดิน เอา "ง้วนดิน" ที่อยู่ใต้แผ่นดินมาให้พระฉัน พระพุทธเจ้าก็ทรงห้ามเอาไว้อีกเช่นเดียงกัน

เรื่องวิสัยของ "พระอริยเจ้า" นี่ หยั่งยากครับ คนที่มีกิเลสหนาอย่างเรา ๆ ท่านๆ อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์เลย หาเรื่องตกนรกกันเปล่าๆ

สมัยที่ "ไอ้ทิด" บวชเป็นพระ พระเพื่อนด้วยกันรูปหนึ่ง มีตาที่บวชเป็นพระมานานหลายสิบปีแล้ว

ก่อนหลวงตาของพระเพื่อนจะมรณภาพ ญาติก็รับเอาท่านมาจำวัดที่บ้าน เพราะที่วัดไม่มีคนดูแล เนื่องจากแก่มากแล้ว อายุเกือบ 90 ปี ลูกหลานกลัวจะเป็นภาระของพระรูปอื่น ก็เลยรับมาดูแลกันเอง

แล้วหลวงตาก็มรณภาพที่บ้าน ลูกหลานก็ทำพิธีฌาปนกิจกันเสร็จสรรพเรียบร้อย

หลังจากเก็บกระดูกหลวงตาเอาไว้ 2-3 ปี ท่านเชื่อหรือไม่ครับว่า กระดูกของหลวงตา กลายเป็น "พระธาตุ" สุดท้ายลูกหลานต้องไปทำเจดีย์ธาตุบรรจุไว้ที่วัดมาจนทุกวันนี้

ขนาดพระอรหันต์อยู่ในบ้านแท้ๆ ลูกหลานก็ยังไม่สามารถรู้ได้เลย มองท่านเป็นแค่พระหลวงตาแก่ ๆ รูปหนึ่งเท่านั้นเอง

ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ "ไอ้ทิด" เชื่อเสนอมาว่า หลวงตามหาบัวนี่แหละ "พระอรหันต์ขนานแท้" ที่เชื่อก็เพราะว่า ท่านพูดถึงสภาวธรรม ที่ทำให้คนเป็นพระอรหันต์ ได้ชัดเจนที่สุดในยุคนี้

ที่สำคัญท่านได้ปฏิบัติให้คนพุทธทั้งหลายได้ดูเป็นตัวอย่างอันดี โดยไม่มีกิเลสมาแปดเปื้อนตัวท่านนานกว่า 50 ปีมาแล้ว

อีกทั้งพระฝ่ายสัมมาปฏิบัติทั่วประเทศไทย รู้ภูมิธรรมสูง ๆ ในประเทศไทยหลายร้อยรูป ท่านก็รับรองเป็น "มติ" เดียวกัน ไม่ใช่ว่า หลวงตาท่านเอ่ยอ้างขึ้นมาลอย ๆ โดยไม่มีการ รองรับกันแบบที่ ด๊อกเตอร์เจิม เขาคิดนะครับ

อีกเรื่องหนึ่ง ที่ อาจารย์ สมชาย กุรุสวนสมบัติ หรือ คุณซูม แห่ง น.ส.พ.ไทยรัฐ ท่านกลัวว่า หลวงตาจะเสื่อมเสียพระ เชื่อคำยุยงของลูกศิษย์ลูกหา และได้เขียนหารือมา 2 ตอนนั้น

"ไอ้ทิด" ก็รู้สึกชื่นชมในความห่วงใย ของ "คุณซูม" เป็นอย่างยิ่ง

แต่ในทางธรระของชาวพุทธนั้น มีคติอยู่ข้อหนึ่งว่า ธรรมะเป็นของบริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา ไม่มีอะไรมาแปดเปื้อนได้

ในนิทานเซ็น อาจารย์เซ็นเขายังพูดว่า "สิ่ง ๆ นี้ ไม่มีอะไรสามารถทำให้เศร้าหมองไปได้"

หลวงตามหาบัวท่านเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสภาวธรรม หรือ พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ตัวท่านคือธรรม จึงไม่มีวันเศร้าหมองไปได้หรอก

"บัว" ถึงแม้จะเกิดขึ้นจาก "ตม" แต่เมื่อผุดขึ้นมาแล้ว ย่อมจะไม่กลับไปเป็นโคลนตมอีกเลย

ลูกฟุตบอลปาเข้าผนัง เด้งแรงขนาดไหน ระวังตัวกันให้ดีเถอะ!!

หนังสือพิมพ์ "พิมพ์ไทย"ปีที่ 3 ฉบับที่ 1049 ประจำวันอาทิตย์ที่ 28 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543               
40  พระพุทธศาสนา / ข่าวพระพุทธศาสนา-ข่าวธรรมะ / เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ไล่ล่าหมู่สงฆ์ เด่นชัดยิ่งกรณีหลวงตามหาบัว เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 10:44:40 PM
เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ไล่ล่าหมู่สงฆ์ เด่นชัดยิ่งกรณีหลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด



เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีการแฉกันสะบั้นหั่นแหลกว่า รัฐบาลใช้ "วิชามาร" ตอบโต้ฝ่ายคัดค้านการรวมบัญชีทุกวิถีทาง

มีทั้งเปิดรายการ "ตามหาแก่นธรรม" ของ ดร.เจิม ถล่มหลวงตาบัว ประเด็นเป็นอรหันต์ ไม่เป็นอรหันต์ ซึ่งคนที่ทนดูรายการเฮงซวยนี้ไม่ไหว โทรมาด่าเช็ดเม็ด ไม่รู้ว่า ดร.เจิม แกนอนสะดุ้งบ้างหรือเปล่า

เอาง่าย ๆ นะครับว่า หลวงตามหาบัวท่านบวชมาเกือบ 70 ปีศีล 227 ข้อ ท่านบริบูรณ์ขนาดไหน ลองไปถามคนที่ใกล้ชิดหลวงตาก็จะรู้กันเอง

ยิ่งเรื่องการผิดศีลข้อใหญ่ คือ ปาราชิก นั้น พระมหาเถระระดับหลวงตามหาบัว ท่านไม่พลาดท่าง่าย ๆ หรอกครับ ที่ท่านต้องพูดถึงเรื่องการได้ธรรมะของท่านขึ้นมาตอนนี้

เป็นเพราะว่า ท่านมองเห็นว่า ศาสนาพุทธกำลังเสื่อมสุด ๆ

ชาวพุทธส่วนใหญ่แทบไม่เชื่อว่า มรรค ผล นิพพาน มีจริง

คล้ายกับว่า หลังพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว นับจากนั้น มา พระอริยะเจ้าก็สาบสูญไปจากโลกนี้ทันที

ขนาดพระสงฆ์ไทยทุกวันนี้ มีบางรูปก็เชื่อเช่นนั้น แม้แต่พระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมฯ ท่านยังบอกว่า สมัยนี้ พระอริยเจ้าระดับโสดาบันยังไม่มี และจะไปมีพระอรหันต์ได้ อย่างไร

มองเข้าไปในศาสนาพุทธแล้ว "ไอ้ทิด" ให้รู้สึกเศร้าใจอยู่ลึก ๆ เพราะพระสงฆ์ทุกวันนี้ มุ่งเรียนรู้ เพื่อแสวงหาลาภสักการะเป็นส่วนใหญ่ ที่มีปฏิบัติกันอย่างจริงๆ เพื่อหวังมรรค ผล นิพพานจริง ๆ นั้น มีน้อย จนแทบนับองค์ได้

พระสงฆ์กำลังถูกกระแสโลกกลืนโดยไม่รู้ตัว เมื่อตัวเองไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ได้ ก็เลยพาลไม่เชื่อไปโน่นเลย

หลวงตาบัว วัดป่าบ้านตาด ท่านเคยเทศน์ว่า ทีเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ดี เห็นโฆษณากันได้ ทีเรื่องดี ๆ เรื่องเป็นมงคลแก่โลก ทำไมจะโฆษณากันไม่ได้

แม้จะไม่ถูกต้องด้วยพระธรรมวินัย แต่หลวงตาท่านยอมตกเป็น "เป้า" เพื่อให้คนหันมาพิสูจน์ในสัจธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะได้ลดละกิเลสของตนเองกันเองบ้าง

หลวงตาท่านอายุ 86 ปี แล้ว อยู่ไม่อีกกี่วัน ท่านก็ต้องละสังขาร ดังนั้น ท่านจึงไม่รู้สึกหวั่นเกรง ที่จะต้องประกาศธรรม เพื่อให้สังคมชาวพุทธเราได้รับรู้ถึงสัจธรรม แล้วจะได้เข้ามา พิสูจน์กันในโอกาสต่อไป

อีกเรื่องหนึ่งที่หลวงตาท่านพูดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ท่านบอกว่า มีการสั่งการจากรัฐบาล ไม่ให้ข้าราชการเข้าร่วมกับกิจกรรมของหลวงตา

เราเชื่อว่า ไม่ว่าจะปิดกั้นกันอย่างไร ความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ ที่ว่ารัฐบาลจะเอาเงินแผ่นดินออกไปใช้ โดยที่ประชาชนไม่เห็นด้วย

เอาเป็นว่า รัฐบาลมีอำนาจ จะทำการณ์เช่นไรก็ได้ เมื่อได้เงินออกมาแล้ว น่าจะจัดสรรปันส่วนไปช่วยเหลือคนยากคนจน และเกษตรกรบ้าง

ทำไมรัฐบาลจึงไม่คิดช่วยเหลือคนระดับล่างบ้างเลยล่ะ รึว่า ประชาชนในบ้านนี้เมืองนี้ ถ้าไม่ใส่สูท รัฐบาลจะไม่ช่วยเหลือ

ทางด้าน พรรคไทยรักไทย เขาก็ออกมาแฉว่า การรวมบัญชีดังกล่าว รัฐบาลกำลังทำลายแบงก์ชาติโดยตรง เพราะทำให้แบงก์ชาติ "ขาดวินัยทางการเงินอย่างร้ายแรง"

โดยเฉพาะเรื่องการยุบ "ทุนรักษาระดับ" ซึ่งแต่เดิมนั้น ถ้ามีคนเอาเงินเข้ามา 1 เหรียญดอลลาร์ ก็จะต้องแลกเป็นเงินบาท 39 บาท คือ ใช้ระบบ 1:1 แต่ต่อไประบบนี้ ได้ถูกยกเลิกไป โดยปริยาย

ข้อสำคัญการยกเลิกระบบ 1:1 ดังกล่าว ทำให้แบงก์ชาติไม่ทราบว่า มีเงินตราต่างประเทศเข้ามากี่มากน้อย เอามาใช้เพื่ออะไร?

ในทางตรงข้าม ถ้ามีเงินไหลออก แบงก์ชาติก็จะไม่มีปัญญารับทราบเหมือนกัน

ตรงนี้แหละครับ ที่จะทำให้กลไกการเงินของประเทศไทย "พิการ" เพราะเราไม่สามารถควบคุมกลไกการเงินภายในประเทศได้

หรือถ้าจะพูดให้ชัดก็คือ กลไกการเงินในประเทศไทย จะถูกกำหนดโดยฝรั่งอย่างสิ้นเชิง

หากฝรั่งมันอยากจะ "กระทืบไทย" มันก็แกล้งกระชากเงินออก โดยที่แบงก์ชาติ ไม่สามารถรับรู้ และช่วยเหลืออะไรเมืองไทยไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

ถ้ากฎหมายตัวนี้ผ่านสภาออกมาจริง เราจะเป็น "ทาส" โดยสมบูรณ์แบบ

เตรียมลบชื่อประเทศไทย ออกจากแผนที่โลกไปได้เลย

ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ "พิมพ์ไทย" ปีที่ 3 ฉบับที่ 1051 ประจำวันอังคารที่ 30 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543                
41  พระพุทธศาสนา / ข่าวพระพุทธศาสนา-ข่าวธรรมะ / รายการทีวีตามหาแก่นธรรม ของเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ปรามาสหลวงตามหาบัว เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 10:44:06 PM
รายการทีวีตามหาแก่นธรรม ของเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง (ลิ่วล้อประชาธิปัตย์) ปรามาส หลวงตาบัว วัดป่าบ้านตาด



เนื้อความ : ข้อข้องใจเกี่ยวกับหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ถาม: ทำไมหลวงตาบัว จึงประกาศองค์เป็นพระอรหันต์ ผิดหรือไม่ พระอรหันต์ต้อง มีเมตตา ไม่โกรธและมีกิริยาอาการสงบเสงี่ยมใช่หรือไม่
   
ตอบ: ในพระไตรปิฎกได้กล่าวไว้ว่าพระพุทธเจ้าทรงยืนยันความเป็นพระอรหันต์ชองพระองค์ให้แก่บุคคลต่าง ๆ หลายครั้งหลายหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากพรองค์ตรัสรู้ใหม่ๆ ขณะเสด็จไปโปรดปัญจวัคคีย์ประโยคแรกที่พระองค์ตรัสตอบพราหมณ์ผู้เดินสวนทางมาว่า “เราไม่มีครูอาจารย์ เราตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยตัวเราเอง” จากนั้นก็ได้ทรงยืนยันพระองค์เองต่อปัญจวัคคีย์อีก ท่านเหล่านั้นเกิดความเลื่อมใสพร้อมที่จะรับฟังคำสั่งสอนของพระองค์ สุดท้ายก็ได้ผลที่ดีเป็นลำดับ ๆ มา
       
ในพระวินัยท่านแสดงไว้ว่า ภิกษุใดอวดอุตริมนุสสธรรมอันไม่มีจริงในตน ต้องอาบัติปราชิก แต่ถ้ามีจริงในตน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ แต่ถ้ามีจริงในตนและไม่ได้กล่าวเพื่อความโอ้อวดพร้อมทั้งกล่าวเพื่อประโยชน์และความสุขแล้ว ไม่ปรากฏว่าเป็นอาบัติหรือความผิดธรรมวินัยข้อใดเลย
           
ผลไม้ลูกหนึ่งเมื่อผู้เป็นเจ้าองไม่ต้องการนำไปเพาะปลูกให้เป็นพืชพันธุ์ขึ้นมาอีก  ก็ย่อมทำลายเมล็ดพร้อมทั้งเชื้อในเมล็ดนั้นไป เช่นผลมะม่วงเป็นต้น เมื่อทำลายเมล็ดและเชื้อในเมล็ดนั้นแล้ว นำไปปลูกอย่างไรก็ไม่อาจงอกขึ้นได้อีก ส่วนที่เหลืออยู่คือเปลือกและเนื้อก็ยังเป็นมะม่วงลูกเดิม หาได้เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นไปไม่ ถ้าเคยหวานก็คงหวานอยู่ ที่เคยเปรี้ยวเคยมันก็ยังคงลูกเดิม แต่หลักใหญ่คือ เชื้อที่จะไปเป็นพืชพันธุ์ก็ได้ถูกทำลายหมดไปโดยสิ้นเชิงแล้ว จิตใจก็มีลักษณะเช่นเดียวกับเมล็ดผลไม้นั้น ร่างการและกิริยาท่าทางต่าง ๆ ก็เปรียบเสมือนเปลือกและเนื้อผลไม้นั่นเอง จิตที่ได้ชำระเชื้อที่จะนำไปสู่ภพกำเนิดใด ๆ จนหมดไปแล้วย่อมไม่กลับกำเริบอีก แต่ร่างกายและกิริยาท่าทางต่าง ๆ ก็ย่อมเป็นไปตามอุปนิสัยดั้งเดิมไม่ได้ถูกทำลายไปด้วย พระอรหันต์จึงมีกิริยาท่าทางแตกต่างไปจากความรู้ความเห็นของเรา

ถาม: การที่หลวงตาออกมาคัดค้านการรวมบัญชี เป็นกิจของสงฆ์หรือไม่
   
ตอบ: พระพุทธเจ้าทรงแสดงปัจฉิมโอวาทว่า “ท่านทั้งหลายจงยังประโยชน์ตนและประโยชน์โลกให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด” กิจของสงฆ์ผู้เป็นปุถุชนก็ควรแก่การศึกษาและปฏิบัติเพื่อความรู้ยิ่งเห็นจริงในธรรมทั้งหลาย กิจของสงฆ์ผู้บรรลุสัจจธรรมแล้ว ก็เป็นไปตามควรแก่วาสนาของแต่ละองค์ ๆ ไม่เหมือนกัน แต่ความมุ่งหมายเพื่อความสุข ความเจริญแก่สัตว์โลกนั้นเหมือนกัน พระพุทธเจ้าเสด็จไปห้ามกองทัพที่จะรบราฆ่าฟันกันหลายครั้ง และทรงแสดงธรรมเกี่ยวกับการบ้านการเมืองไว้อีกมากมาย ทั้งทางเสื่อมและทางเจริญ ทรงแสดงถึงลักษณะการปกครอง ลักษณะของเสนาอำมาตย์ ขุนคลัง ขุนพล ผู้วินิจฉัยคดี ฯลฯ เหล่านี้เป็นต้น  การกระทำต่าง ๆ ของหลวงตา ยังไม่ปรากฏว่านอกเหนือไปจากแนวทางของพระพุทธเจ้าเลยแม้แต่น้อย

ถาม: ไหนว่าศาสนาสอนให้มีความเมตตาต่อกัน แล้วการที่ออกมารวบรวมรายชื่อเพื่อถอดถอนนายธารินทร์ เป็นการมีเมตตาหรือ การกระทำดังกล่าวไม่กลัวบาปหรือ

ตอบ:  คนไข้ที่เป็นโรคระบาดอย่างรุนแรง ถ้าไม่รีบรักษาให้หาย คนไข้นั้นอาจถึงตาย และโรคนั้นอาจลุกลามไปเป็นอันตรายต่อผู้อื่นอีกมากมาย นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต้องใช้วิธีการต่าง ๆ ทั้งหนักและเบา อาจถึงขั้นผ่าตัดหรือจับคนไข้ผูกมัดไว้แยกให้อยู่ต่างหากจากคนอื่น ฯลฯ ด้วยความหวังว่าคนไข้นั้นจะหาย คนอื่นจะไม่ได้รับอันตราย นายแพทย์ผู้ลงมีดผ่าตัดก็ดี ผู้ลงมือผูกมัดคนไข้ก็ดี มีความเมตตาและหวังดีต่อคนไข้และส่วนรวมหรือไม่

ถาม:ขณะนี้หลวงตาต้องการอะไรกันแน่ การที่หลวงตาบอกว่าต้องให้ใช้ธรรมนำหน้านั้นหมายความว่าอย่างไร

ตอบ: คำว่ารู้ธรรมอย่างย่อๆ ก็คือ รู้ความเสื่อม เหตุของความเสื่อม รู้ความเจริญและเหตุของความเจริญ เมื่อรู้แล้วจึงปฏิบัติเพื่อละเหตุแห่งความเสื่อมและปฏิบัติให้ถึงความเจริญ พระพุทธเจ้าและพระสาวกท่านจึงนำธรรมเหล่านี้มาอบรมสั่งสอนประชาชน เช่นการกระทำอย่างนั้น ๆ เป็นเหตุแห่งความเสื่อม อย่าทำเด็ดขาดถ้าฝืนทำลงไปต้องได้รับผลที่ใคร ๆ ไม่ปรารถนาอย่างแน่นอน ควรทำอย่างนี้ ๆ จะเป็นความเจริญแน่ๆ ถึงจะยากลำบากก็ควรทำ เพราะจะได้รับผลสมความปรารนา ทำผิดพลาด ให้รู้ตัวและยอมรับความผิดพลาดนั้นตามความจริงไม่ใช่ปิดบังซ่อนเร้น ซึ่งจะทำให้แก้ไขได้ยากยิ่งขึ้น ความที่ตรงต่อความจริงนั้นก็คือตรงหลักธรรมนั่นเอง ที่หลวงตาบัว วัดป่าบ้านตาด ท่านนำธรรมมาแนะนำตักเตือน ก็เพื่อปลูกสติปัญญาทุกฝ่ายให้ระลึกถึงความผิด-ถูก ดี-ชั่ว ความเสื่อม-ความเจริญ ตามที่ปรากฏอยู่ขณะนี้เป็นต้น               
42  พระพุทธศาสนา / ข่าวพระพุทธศาสนา-ข่าวธรรมะ / รัฐบาลมหาภัยต้มหลวงตามหาบัว (รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์) เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 10:43:21 PM
รัฐบาลมหาภัยต้มหลวงตามหาบัว (รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์)



ที่วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานีวานนี้ (24 พ.ค. 2553) นอกจากบรรดาญาติโยม และศิษย์ หลวงตาบัว วัดป่าบ้านตาด ญาณสัมปันโน ที่สนใจเข้ารับฟังธรรมจากหลวงตาตามปกติแล้ว ยังคลาคล่ำไปด้วยสื่อมวลชนทุกแขนง

ผิดปกติเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของหลวงตาบัวในวันที่กระทรวงการคลังจัดประชาพิจารณ์รวมบัญชีธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งหลวงตาไม่เห็นด้วย ภายหลังจากฉันเช้าแล้ว หลวงตามหาบัวจึงได้เทศนาต่อผู้เข้ารับฟังธรรม มีใจความว่า".....กระทรวงการคลังไม่มีปัญหาอะไรกับเรา เราไม่มีปัญหาอะไรกับกระทรวงการคลังนี่นะ เราก็เป็นพระจะไปตั้งปัญหาอะไรกับใคร นอกจากที่เข้ามาอยู่กับศาสนากับธรรมเท่านั้น มันก็มีเรื่องเท่านั้นละ อย่างกิเลสเข้ามายุ่งกับใจกับธรรม ธรรมก็ฟัดหัวกิเลสไปเลยนั่นละ กิเลสเป็นข้าศึกของธรรมกับกิเลสต้องขัดกัน นี้ทางโลกทางธรรมก็เหมือนกัน ถ้าทางโลกสกปรก ธรรมก็ชะล้างลงไปนั่น ก็มีเท่านั้นเอง

หลวงตามหาบัว นี้มานำพี่น้องทั้งหลายนี้ เอาธรรมล้วนๆ มานำนะ ไม่ได้เอาพิษเอาภัยมาใส่บ้านใส่เมือง ของเรานะ เราจึงไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อผู้ใด ..เวลานี้ที่ปกครองบ้านเมืองนี้ก็ตั้งให้รัฐบาลเป็นอันดับหนึ่งสำหรับปกครองบ้านเมือง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรดูแลลูกเต้าทั้งหลายจะปกครองประการใดบ้าง พระองค์ก็ทรงดูแลด้วยพระเมตตาตลอดเวลา ทีนี้พวกเรา ซึ่งเป็นผู้นำของชาติบ้านเมืองเรียกว่าลูกพี่เบิ้มก็คือ วงราชการต่างๆ ที่พี่น้องชาวไทย มอบความไว้วางใจให้ เราจะดำเนินงานแบบไหนจะเป็น ไปเพื่อความเจริญรุ่งเรือง ของชาติไทยหรือจะเป็น การทำลายชาติไทยกลืนบ้านกลืนเมืองก็ต้องพิจารณา

เราซึ่งเป็นชาวพุทธ ต้องมีความกลมกลืนสามัคคีกัน อย่างนี้เป็นเรื่องชาติไทยซึ่งเป็น ลูกชาวพุทธ ทีนี้มาแตกมาแยกมาแบ่งสรรปันส่วนกินนั้นกลืนนี้อย่างนี้ไม่ใช่ชาติไทย พวกนี้พวกเปรตพวกผีพวกโจรพวกมารพวกมหาภัย อยู่ในจุดไหนนั้นคือมหาภัยอยู่จุดนั้น จะทำลายชาติบ้านเมืองได้คือ จุดนั้นเอง ให้พากันระมัดระวังทุกคนนะ

เราเป็นเจ้าของสมบัติคือ "ชาติไทย" ของเรานี้เป็นสมบัติของทุกคน สมบัติที่เรารักษา ก็เป็นสมบัติของพี่น้องชาวไทยด้วยกันทุกคนๆ ต่างคนต่างรักษาด้วยความเข้มงวดกวดขัน อย่าให้โจรให้มารให้มหาภัยเข้ามากลืนมากินได้นะเราเป็นเจ้าของสมบัติ แม้แต่เขาอยู่ในบ้าน โจรมารใดที่จะมาปล้นมาชิงของ เขานี้ เขายังต่อสู้เห็นไหมน่ะ นี่เป็นความชอบธรรมของเจ้าของทรัพย์ ต้องได้ปฏิบัติอย่างนั้นต่อโจรต่อมาร โจรมารเป็นผู้ผิด เจ้าของ สมบัติไม่ได้ผิด อันนี้ก็เหมือนกัน สมบัติของชาติไทยเราไม่ได้ผิด คนไทยของเราซึ่งเป็นเจ้าของไม่ได้ผิด ผู้ที่เข้ามาล่วงล้ำเข้ามากลืนมากินนั้นและคือผู้ผิด นั่นคือ "มหาภัย" ให้จำไว้ทั่วหน้ากันทุกคนนะ นี่คือธรรมสอนกลางๆ อย่างนี้นะไม่ผิด...ชาติไทยของเราเป็นชาติที่อิสระมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์กาลไหนๆ มานานสักเท่าไร สมบัติเงินทองข้าวของเฉพาะอย่างยิ่งคลังหลวงของเรานี้เป็นหัวใจของชาติไทยเราทั้งชาติ นี้ละ ต่างคนต่างเป็นเจ้าของด้วยกัน คน 62 ล้านเป็นเจ้าของสมบัติอันนี้ทุกๆ คนไปเลย แล้วเรายังจะยอมอยู่เหรอ? ให้มหาภัยเข้ามากลืนเอาอย่างสดๆ ร้อนๆ ในตับปอดของคน 62 ล้านนี้ ฟังให้ดี ต้องเด็ด! ถึงคราวเดียวต้องเด็ด ไม่เด็ดไม่ได้ ...

สมบัติของไทยคืออะไร คือ "คลังหลวง" ไม่ใช่ที่อื่นที่ใดนะ คือคลังหลวงนั่นแหละ เป็นสมบัติของ ชาติไทย เป็นหัวใจของชาติไทย ชาติไทยของเรายืนยงมั่นคงมาตลอดทุกวันนี้ก็คือ บรรพบุรุษรักษาหัวใจของชาติไทยเราไว้ ไม่มีใครมาแตะต้องกฎหมายข้อใดก็ไม่เคยมารุกล้ำนะ ไม่เคยมาทำลาย รักษากันมาตลอดด้วยกฎหมายซะด้วยนะ ตั้งรัฐบาลชุดไหนขึ้นมาก็ไม่มีรัฐบาลชุดไหนเข้ามาล่วงล้ำหัวใจตับปอดของชาตินี้ไปเลยแต่ปรากฏว่ารัฐบาลชุดนี้มันเป็นยังไง? มันถึงล่วงล้ำเข้ามา มันโหดมันร้ายเหลือประมาณหรือ รัฐบาลชุดนี้ก็เป็นรัฐบาลมหาภัยของชาตินะซิ จะเป็นคุณของชาติได้ยังไง จะสมควรที่เป็นผู้นำได้ยังไง เมื่อเข้ามากอบโกยเอาสมบัติของชาติไปละเลงน้ำยาทาคนชาติไทยตายทั้งชาติ มีความหมายอะไร มันบัดซบนะ ความคิดเด็กตามบ้านเขาก็ไม่ได้คิดเขาไม่ได้ ทำอย่างนี้นะ เราเป็นผู้ใหญ่เราจะนำชาติบ้านเมือง ทำไมจึงจะกลายเป็นมหาโจรมหาภัยมากลืนบ้านกลืนเมืองอย่างนี้ก็เรียกว่าเลวที่สุดนะ นี่ฟังเสียงโหวดของธรรม ธรรมสอนอย่างนี้ เราสอนโดยตรงไม่ได้ผิด ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูกอย่างนี้แหละ..

นี่เงินของเราเวลานี้กำลังกีดกันด้วยวิธีการต่างๆ ตามที่เราทราบมาว่ารัฐมนตรีอะไร ปรึกษาหารือประชุมกันตกลงกันแล้วว่าเงินหลวงตาบัวนี้ไม่ให้เข้าในชาติ ไม่ให้เข้าในคลังหลวงเพราะเหตุไร? เขาก็บอกว่าเพราะหลวงตาบัวได้เซ็นลายลักษณ์อักษรแล้วว่าได้มอบธนาคารฝ่ายอะไรเกี่ยวกับเรื่องเมืองนอกเมืองนา เอ้า เพียงเข้าใจกันแค่นี้ก็แล้วกัน เข้าใจเอาว่าไม่เข้าสู่คลังหลวงแค่นี้ก็แล้วกัน หลวงตาบัวเซ็นมาแล้ว การเซ็นมานี้หลวงตาบัวก็ตอบทันทีเลยว่า หลวงตาบัวถูกต้ม จะถูกต้มจากธนาคาร แผนกไหนก็ตามต้องเป็นเรื่องของธนาคารเป็นเรื่องใหญ่ ให้เอาเงินเราแฉลบไปไว้ นอกถุงนี่นะ แล้วมาประกาศบอกเราว่าเงินเข้าแล้วตามจุดที่หลวงตามุ่งหมาย ฟังซินะ ใครต้ม? ถ้าไม่ใช่ทางธนาคารต้มหรือรัฐบาลต้มเราจะเป็นใครไป ฟังให้ดีทุกคนนะนี่หลักความสัตย์ความจริง ธรรมเป็นอย่าง นี้จะให้เราพูดว่ายังไง เมื่อเวลาเขาเอาไปแล้วเขาก็มาต้มเราให้เราเซ็น ก็เราไม่รู้ธนาคารว่าแผนกไหนเก็บยังไงๆ เราถามตั้งแต่ว่าเป็นจุดที่เราต้องการคือ "คลังหลวง" ที่เป็นคลังเก็บของ ชาติบ้านเมืองมาดั้งเดิมใช่ไหม? เขาบอกว่า ใช่ ฟังชิขนาดนั้น ต้มไหม? ต้มหลวงตาบัวไหม? ต้มศาสนาไหมต้มธรรมไหมต้มพี่น้องชาวไทยไหม? พิจารณาซิ เราก็ต้องเซ็นให้ซิเมื่อว่าถูกจุดมุ่งหมายของเราแล้วเราก็ต้องเซ็นให้ เราก็มาประกาศก้องให้พี่น้องทั้งหลายทราบว่า เงินนี้เข้าสู่ คลังหลวง เรียบร้อยแล้ว เรียบร้อยแล้ว ครั้งต่อมาก็อุบายวิธีการวิธีกินวิธีโกงวิธีกลืนมันก็แยบออกมาซิ มาเพื่อเป็นกำแพง เอาเงินหลวงตาบัวนี้ไปเป็นกำแพง เป็นกำแพงกั้นคลังใหญ่ไว้สำหรับที่จะกลืนก็ได้นี่นะ ไม่กั้นไว้เพื่อกลืนจะกั้นไว้เพื่ออะไร เด็กมันก็รู้นี่นะ ไม่จำเป็นต้องหากฎหมายมายืนยันกัน ธรรมละเอียดยิ่งกว่ากฎหมาย รู้กันทันทีๆ...

เป็นยังไงกลอุบายวิธีการต่างๆ ของรัฐบาลที่ว่ารักษาชาติประเทศไทยเวลานี้หรือจะกินชาติไทยสดๆ ร้อนๆ หาอุบายวิธีกันเงิน แม้แต่เงินของชาติทั้งหมดนี้ก็ไม่ยอมให้เข้าสู่คลังหลวง กันเอาไว้ๆ เพื่อจะกลืนก้อนใหญ่นี้ จำให้ดีนะพี่น้องทั้งหลายนะ เอ้า เอาให้ถึงใจ ทุกคนนะ นี่ละ กลกิน กลโกงกลอุบายต่างๆ มาหาว่าเราเป็นผู้ผิด ผู้มัน มันแยกออกไป เป็นเรื่องต้มตุ๋นละมันไม่ได้บอกว่ามันต้มตุ๋นเรานะ แล้วเราเซ็นก็เซ็นตามที่เราต้มตุ๋น เมื่อเรารู้ตัวแล้วเราก็พลิกตัวกลับให้เข้าสู่จุดนี้มันไม่ยอมพลิก มันไม่ยอมแก้ มันว่าเราเซ็นแล้ว นี้ยิ่งเลวมากนะพวกนี้นะรัฐมนตรีไหนก็ตามเถอะ รัฐมนตรีไหนก็ลูกของคนไทย นั้นแหละ แล้วอยู่ในชาติไทย ถ้าหากว่าเป็นลูกชาวพุทธ ถ้าไม่ใช่เป็นลูกชาวเปรตชาวผีชาว มหาโจรมหาภัยกินบ้านกินเมืองมันก็มีเท่านั้นนะ นี่ละเรื่องกีดเรื่องกันมีทุกแง่ทุกมุมออกมาทางไหนมีแต่เรื่องกีดเรื่องกันทั้งเพื่อไม่ให้เงินของคนทั้งชาติเข้าสู่คลังหลวง ซึ่งคู่ควรกันกับเงินของชาติ มันไม่ยอมให้เข้า มันจะไม่ได้กลืนไม่ได้กินเงินจำนวนนี้น่ะ มันจะกลืนจะกินให้ได้พี่น้องชาวไทยว่าไง? เจ้าของสมบัติของเงินก้อนนี้เป็นยังไง? คิดยังไงบ้าง? เอ้า ให้คิดซะนะ เราสอนอุบายวิธีการไว้ทุกๆ อย่าง เรานี่ไม่ไปว่ากันใครละ เราสอนตามอรรถตามธรรม ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก จึงเรียกภาษาธรรม พูดอย่างอื่นไปไม่ได้ ไม่เรียกว่าธรรม พูดอย่างนี้ตรงไปตรงมา เราไม่ได้เป็นข้าศึกต่อผู้ใด เรามานำชาติบ้านเมือง สะเทือนไปทั่วประเทศไทยของ เราดีไม่ดีกระเทือนไปเมืองนอกนู่น การนำพี่น้องชาวไทยของเราเพื่อนำเงินเหล่านี้เข้าสู่คลังหลวงหนุนชาติไทยของเรา คือคลังหลวงเป็นหัวใจของชาติ แล้วก็ถูกกีดถูกกันด้วยพวกเปรตพวกผีมหาโจรมารเวลานี้ละ นี่ก็คนเขาก็พูดมากแล้ว เราก็เอาตามคนเขาพูด ถึงไม่เอาตามคนเขาพูด เราพูดเองมันก็จะผิดไปไหน แต่นี้เราเอาคำพูดที่เขามาพูดว่า

เวลานี้รัฐบาลชุดนี้โหดร้ายมากเขาว่ายังงั้นนะ ฟังซิ ไปกู้ยืมเงินเขามากี่แสนล้านแล้ว ก็เอาเงินทั้งหลายนั้นเข้ามาทับประชาชนชาวไทยของเรา ซึ่งหนักอยู่แล้วด้วยหนี้สินที่รัฐบาลต่างๆ ชุดนั้นชุดนี้ตั้งขึ้นมา ชุดไหนก็มากู้เงินยืมเงินๆ เงินกว้านเข้าในกระเป๋าใครไปรู้ได้ หากินด้วยการกู้ยืม หากินด้วยการกู้ยืมเขาว่าอย่างนี้ พอกู้ยืมมาแล้วก็ทำ ประดับร้านเล็กๆ น้อยๆ ว่ารัฐบาลได้เงินมา มาสร้างอันนั้นสร้างอันนี้หลอกตาโลกเขาประดับร้าน ส่วนจะกลืนกินมันไม่ได้บอก นี่ละเขาว่ายังงั้นจะให้ว่ายังไง เป็นยังไงคนชาติไทย ของเรามันโง่ทุกคนเหรอ ฉลาดแต่วงรัฐบาลอย่างเดียวเหรอ เอ้า ไปพิจารณาเทียบ เคียงกันซิ

รัฐบาลอย่างเดียวหรือรักษาชาติ หรือกลืนชาติ คนไทยเราเป็นผู้รักษาชาติอยู่เวลานี้ รู้กันทุกคนนี่นะ นี่ละเรื่องราวมันหนักขนาดไหน นี่ประชาชนเขามาพูดให้ฟัง เขาก็เอาความจริงมาพูด พวกนี้พวกนักกฎหมายมีน้อยเมื่อไรลูกศิษย์ ของเราเต็มกรุงเทพฯ เต็มเมืองไทยนั่น กระทรวง ไหนที่ไม่ใช่ลูกศิษย์ของเราไม่มี เรียกว่าเรามีลูกศิษย์ทุกกระทรวง เขาแจงออกมาถึงเรื่องวงราชการ กินสินสกปรก สร้างความสกปรกใส่บ้านใส่เมือง เขาพูดออกมาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

เราฟังแล้วเราสลดสังเวช แล้วทีนี้เขาก็บ่นเข้ามาว่าวงรัฐบาลไหนก็สู้วงรัฐบาลปัจจุบันนี้ไม่ได้ เข้าอีกนะรัฐบาลปัจจุบันนี้ นี่เวลาหลวงตาไปหา เงินมาแทบเป็นแทบตาย พาคนไทยทั้งชาติหา เงินมา รัฐบาลมันไม่ได้มองดูสตางค์หนึ่งมันไม่ได้มาส่งเสริมเลย นั้น นี่อันหนึ่ง จากนั้นมันก็มาทำประชดคนไทยทั้งชาติประชดหลวงตาบัว เขาว่า อย่างนั้นนะ ไปกู้ยืมเงินมาเท่าที่เราทราบมาว่าสองแสนล้าน ฟังซิน่ะ เอามาทับเมืองไทยเราอีก เมืองไทยนี้ติดหนี้ติดสินแบนอยู่แล้วจากรัฐบาลต่างๆ ที่ไปกู้ยืมเงินมาจำนวนมากน้อยเพียงไร แล้วพวกประชาชนเป็นผู้ใช้หนี้ใช้สิน ใช้ยังไม่เสร็จ เอ้า รัฐบาลนี้ตั้งขึ้นมา แล้วก็มากินมากลืนอีก เอาหนี้มาทับหัวชาติไทยเราอีก แล้วยิ่งรัฐบาลชุดนี้ยิ่งเอาใหญ่ เขาว่ายังงั้นนะ เขาพูดอย่างนี้ละ

รัฐบาลชุดนี้เป็นมหาภัยเป็นมหายักษ์ ไม่มีใครเกินรัฐบาลชุดนี้ เขาว่ายังงั้น นี่ไปกู้ยืมเงินเขามา ทราบว่าสองแสนล้าน แล้วเงินสองแสนล้านนี้กับดอกมันติดตามมามากขนาดไหน ที่ใช้หนี้เขาอยู่เวลานี้ก็จะเป็นจะตายแล้วเมืองไทยเรา ยังเอาเงินก้อนนี้เข้ามาอีกในรัฐบาลชุดนี้ เขาว่างั้นนะ แล้วเงินจำนวนนี้ดอกมันติดมาเท่าไร แล้วจะบีบบี้สีไฟใคร บีบบี้สีไฟหมากันก็ไม่ให้ มันต้องไปบีบบี้สีไฟกับคน เมื่อไปบีบบี้สีไฟกับคน ออกภาษีอากรกดขี่บังคับเท่านั้นเท่า นี่จะเอามาใช้หนี้เขา ใช้หนี้เขา เวลากอบโกยมา แล้วบีบบี้สีไฟเอามาจากประชาชนมาแล้วมันเอาไปเข้ากระเป๋ามัน มันเอาไปเข้าพุงมันแล้ว ใครก็จะไปทราบได้ มันมาเปิดเผยอันนี้นอกๆ นี้ต่างหากนี่นา นี่อันหนึ่ง

อันที่สอง เวลานี้กำลังจะกลืนบ้านกลืนเมืองคือกลืนสมบัติคือคลังหลวงนี้ออกไปอีก ไม่มีรัฐบาลใดตั้งแต่ตั้งขึ้นมาที่จะโหดร้ายทารุณยิ่งกว่ารัฐบาลชุดปัจจุบัน นี่เขามาพูดให้ฟังอย่างนี้ จะให้เราว่ายังไง ก็เราได้ยินอย่างนี้ ภาษาธรรมต้องพูดตามนี้ เวลานี้กำลังเตรียมพร้อมที่จะกลืนชาติไทยของเราคือเอาคลังสมบัตินี้ไปกินเลี้ยงกัน ไม่กี่โต๊ะละกำลังจะไปกินเลี้ยงกัน ว่ายังงั้นกำลังแข็งแรงเข้มแข็งมาก เวลานี้ออกมาเปิดเผยหยาบโลน เป็นลำดับลำดามาแล้ว ถึงขนาดมากีดกันสมบัติของชาติที่หลวงตาบัวจะเอาเข้าคลังหลวง คือไม่ยอมให้เข้าคลังหลวง หนังสือผิดพลาดนิดหน่อยมันก็เอาเป็นตัวจริงเป็นเครื่องต้านทานคัดค้านหลวงตาบัว เช่นการเซ็นนี้เราเซ็นด้วยการถูกต้มตุ๋น เราก็บอกแล้ว เวลาเรารู้แล้วเราไม่เอาด้วย เราจะเอาเข้านี้ มันก็เอาลายเซ็นปลอมๆ มันมาเป็นข้อยืนยัน นี่ละ พวกนี้มันหาแต่ของปลอมหาแต่ของกินของกลืนนะ มันจะยืนยันไปได้แค่ไหนก็มันเป็นโมฆะแล้วเนี่ย

รัฐมนตรีมากี่คณะ เอาปู่รัฐมนตรีมามันก็โมฆะเหมือนกันหมด อย่าว่าแต่วงคณะรัฐมนตรี เอาปู่เอาย่ารัฐมนตรี โคตรรัฐมนตรีมามันก็เป็นโมฆะเหมือนกันหมด มันเป็นประโยชน์อะไร? ขายตัวต่างหาก อย่ามาขายให้มากมายนะ ชาติไทยนี้มีชื่อมีแม่ นี้เราเทศน์ให้พี่น้องทั้งหลายฟัง เวลานี้กำลังเป็นอย่างนี้ พี่น้องทั้งหลาย เอ้า คิดนะ รัฐบาลก็เป็นคนของชาติ แล้วเป็นลูกชาวพุทธก็มี ลูกชาวผีก็อาจมีอยู่ในนั้น ให้พากันพิจารณาแก้ไขถึงจะเป็นลูกชาวผีเขาเป็นพุทธให้ฟังเสียงเขาบ้างซิถ้าเราอยากเป็นคน เหมือนเขา ลูกชาวผีก็เป็นคนก็ได้ถ้าจิตในเป็นธรรมนะ ให้พากันแก้ไขดัดแปลง อันใดจะดีงามให้รีบแก้ไขดัดแปลง ความอยากความทะเยอทะยานด้วยอำนาจมาตรหลวงที่เอากฎหมายมาบังหน้า มาบีบบี้สีไฟประชาชนอยู่เบื้องหลังๆ อย่าเอามาใช้ในเมืองไทยของเรา

เมื่องไทยจะล่มจม ให้เอาอรรถเอาธรรมเข้ามาสู้กัน มันถึงผสมกันเป็นความแน่นหนามั่นคงเจริญรุ่งเรื่องของชาติ ชาติไทยเรานี้จะสงบร่มเย็นด้วยธรรมะ ไม่ได้สงบร่มเย็นด้วยกิเลสคือความโลภความเห็นแก่ตัว ความมีอำนาจ มาก ความเห็นแก่พวกพ้องของตัว ดีไม่ดีกระจายออกไป ความเห็นแก่ภาคของตัว นี่ละมันจะทำลายชาติบ้านเมือง ฟัดออกให้หมดสิ่งเหล่านี้ ให้เห็นแก่คนไทนล้วนๆ อยู่ด้วยกันเป็น ผาสุก ต่างคนต่างปรึกษาหารือกันจึงเรียกว่าเรา เป็นชาติไทยด้วยกัน ลูกชาวพุทธด้วยกัน อย่าถือเล่ห์ถือเหลี่ยมหลายสันพันคมที่จะกลืนบ้านกลืนเมืองนี้คือมหาภัย เอ้า วันนี้พูดเท่า นี้ก่อน จากนั้นหลวงตาได้ใช้เวลาตอบข้อสงสัยของบรรดาลูกศิษย์และนักข่าวดังนี้....."

"หลวงตาครับ แล้วรัฐบาลเขาได้บอกไหมครับ ที่บอกว่าหลวงตาเซ็นชื่อรับไว้ ไม่ได้เพราะผิดกฎหมายนี่ เขาไม่ได้บอกว่าควรจะแก้ไขอย่างไรหรือครับ" ลูกศิษย์ ถาม

หลวงตา ไม่ตอบ "....เราหยุดพักแล้วหยุดเลยไม่เล่น ให้ไปถามเขาเองซิ มาถามอะไรเราไม่ใช่เป็นรัฐบาล ไปถามเขาดูซิ มันก็อย่างนั้นจะว่ายังไง (หัวเราะ) พูดมาแทบเป็นแทบตายยังมาถาม แวะๆ ๆ ดีที่ไม่ตีปากเอา ฐานให้อภัยนะนี่ ไม่ได้ตีปาก (หัวเราะ) อย่างนั้นละภาษาธรรมเข้าใจไหม? ลูกศิษย์กับอาจารย์พูดกันอย่างนี้ละ พูดอย่างอื่นไม่เหมาะ เหมือนพ่อแม่กับลูกปฏิบัติต่อกันเป็นอย่างนั้น ลูกศิษย์กับอาจารย์ปฏิบัติต่อกันก็เป็นอย่างนั้น (หัวเราะ)....."

(ลูกศิษย์ ตัดคอลัมน์หนึ่งมาจาก นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันพุธ 28 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2543 มาให้หลวงตา) ลูกศิษย์ อันนี้เขาแสดงความคิดเห็นมาตรงกับเทศน์ของหลวงตาหลวงตา อะไรล่ะ แสดงความคิดเห็น (หลวงตาอ่านคอลัมน์นั่นดังนี้)

...หนทางเดียวที่จะปกป้องเงินคลังหลวงไว้ได้ก็คือ อะไร ต้องแสดงตัวอย่างให้เห็นว่าใครก็ตามที่มาแตะต้องเงินดังกล่าวต้องมีอันเป็น ไป นับตั้งแต่ รมว. รมว.นี้มันแปลว่ายังไง (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงครับผม) ไม่ใช่ ร.ม.วุ่นเหรอ (หัวเราะ) เรามันอ่านไม่ชัดตาไม่ค่อยดี คลังใดมีความคิดนี้ก็จะต้องถูกกล่าวลายเซ็นต์ห้าหมื่นคน ยื่นปลดออกจากตำแหน่งเป็นความ เป็นความ เป็นอะไร เป็นคราบบาปติดตัวไปจนวันตาย (เป็นตราบาปครับ ตราบาป... เป็นตราบาปครับ...) เป็นตราบาป เนี่ยอย่างนั้นแล้ว เรานั้นมันตาไม่ดี เป็นตราบาปติดตัวไปจนวันตาย นั่น ว่าเป็นบุคคลที่ประชาชนขับไล่ รวมไปถึงรัฐบาลไหน ที่จะ ... ฮุบ เหรอ ... (ครับ) ฮุบใช่ไหม (ครับผม) ...ที่จะฮุบ ก็ต้องประสบกับความหายนะ ถึงจะปกป้องเงินคลังหลวงไว้ได้ บรรพบุรุษใช้เลือกเนื้อปกป้องแผ่นดิน ใช้สติปัญหารักษาสมบัติของชาติไว้ มาถึงรุ่นเราหาก รักษาสมบัติของแผ่นดินไม่ได้ จะมีหน้าไปเจอบรรพบุรุษได้อย่างไร

นี่เขาว่าอย่างนั้น ถ้าเราหากไม่สามารถรักษาอันนี้ได้แล้วไปดูหน้าบรรพบุรุษ ไม่ได้นะ ถ้าเป็นบรรพบุรุษอย่างหลวงตาบัวแล้วฟาดหน้าผากมัน ให้มันหงายหมาไปเลย เข้าใจไหม นี่หนังสือพิมพ์ที่เขาก็มีเจตนาดีหวังดีต่อส่วนรวมคือชาติบ้านเมือง เขาพูดเราก็หาที่ค้านเขาไม่ได้นะเนี่ย เอาเท่านั้นแหละ ( ตอนนี้ครับตอนจบครับ ตอนจบครับ อันนี้ดีครับตอนจบครับผม... นี่ที่ตัวหนังสือใหญ่ๆ ) ตอนจบนี้อีกเหรอมันว่าอย่างไร มันว่ายังไงตอนจบนี่นะ ระวังเถอะวิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจัญไร อื่ม ก็หมดแล้ววันนี้ ก็พูดเท่านั้นแหละ พูดสอนเท่านั้นเองไม่มีอะไรนักข่าว หลวงตาครับแล้วเรื่องที่รัฐบาลออกมาว่า เขาจะคืนเงินหลวงตาครับ... จะคืนเงิน หลวงตา ลูกศิษย์ เขาถามว่ารัฐบาลจะคืนของหลวงตา หลวงตาโปรดว่ายังไงครับผม

หลวงตาก็ถามพี่น้องชาวไทยซิ นี่เป็นเงินของพี่น้องชาวไทย รัฐบาลจะให้คืนเพราะเหตุผลกลไกอะไร เอ้าว่ามา ให้รัฐบาลอ้างมาซิ ถ้าว่ารัฐบาลเก่งกว่าประชาทั้งชาติให้รัฐบาลอ้างมา เงินนี้เป็นของชาติเขามอบแล้วเข้าสู่คลังหลวงตั้งแต่วันมอบ เรียกว่าให้แล้ว ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความถูกต้องของธรรมร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว มีกฎหมายที่จะมาแยก กฎหมายไหนที่จะมีอำนาจ มาแยกสมบัติเหล่านี้ออกจากคลังหลวงไม่ให้เข้าสู่คลังหลวง กฎหมายไหนก็ไม่มีอำนาจยิ่งกว่าคนทั้งชาติได้มอบให้แล้วด้วยความบริสุทธิ์ใจ เข้าสู่คลังหลวงเรียบร้อยแล้ว เข้าใจไหมล่ะ นี่คือ หลักธรรมชาติแยกไปไหนไม่ได้ เงินนี้ เข้าสู่คลังหลวงแล้วถึงจะเอาไปไว้มุมโลกไหนก็ตาม เงินนี้คือเงินคลังหลวง นี่ได้เข้าแล้ว โดยหลักธรรมชาติ ประกาศก้องให้ทราบทั่วหน้ากันแล้วตั้งแต่วันมอบจนกระทั่งบัดนี้ แล้วกฎหมายแหวก แนวที่ไหนมา มันจะมาแยกเงินจำนวนนี้ออกจากคลังหลวงไป ไม่มีทาง มีแต่ทางผิด ทางถูกไม่มีนักข่าว แต่เมื่อวาน เมื่อวานนายกฯ ท่านบอกแล้วครับ ท่านไม่คืนครับ ท่านไม่ได้คืน

หลวงตา หานักข่าว รมช.มาเป็นคนบอก แต่ตัวนายกฯ ไม่ได้บอกไม่ได้บอกเลยว่าจะให้เงินคืนหลวงตา ให้เงินคืนนั้นซิ...ก็ยิ่งขายใหญ่ละนะนักข่าว นายกฯ ชวนบอกไม่คืนครับ หลวงตา บอกให้คืนเท่าไหร่ยิ่งขายใหญ่ละนะ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กใช่ไหม ขายตาสีตาสาเขา เขาก็ไม่ได้มาพูดแบบขายตัวอย่างนี้ โง่ๆ เซ่อๆ อย่างนี้นะ เหอ เอามันต้องขนาดนั้นซิ อันนี้เป็นภาษาของคนที่เซ่อที่สุด เห็นแก่กิน เห็นแก่กลืนถ่ายเดียว ไม่เห็นอรรถเห็นธรรมเลย เท่านั้นเอง พูดอย่างอื่นไปไม่ได้นะ ก็มีเท่านั้นแหละ ไม่มีอะไรละ ...วันนี้มีทีวีมากี่ช่องนาลูกศิษย์ มาทุกช่องครับ ช่อง 3, ช่อง 5, ช่อง 7 ช่อง 9, ช่อง 11 ครับผม ไอทีวีก็มาครับ

หลวงตา ไอทีวี มันอะไร จามทีวี อะไรเราก็ไม่รู้ เฮอ มันทีทั้งไอ ทั้งจามเหรอทีวีไปดูนะ เอ้อ ถ้ามีทั้งไอทั้งจาม ก็มีทั้งตดทั้งขี้ไปด้วย เอ้อมันก็เป็นอย่างซิว่ายังไง ว่ายังไง (หัวเราะ) เราไม่ทราบแหละ เราก็ถามไปอย่างนั้นแหละสนุกๆ เราก็ถามสนุกตอนสนุกกันไปอย่างนั้น ฮื่ม มีเท่านั้นแหล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว

นักข่าว วันนี้รัฐบาลเขาประชุมกันที่กรุงเทพฯ เขาประชุมเรื่องรวมเงินบัญชีนี่แหละครับ เขาจะสรุปวันนี้ตอนเย็น เสร็จแล้วเขาบอกว่าจะส่งตัวแทนมาหาหลวงตาจะให้พบไหมครับหลวงตา ไม่ให้พบ ...อะไรเราก็เทศน์หมดแล้ว จำเป็นอะไรมาพบกับเรา มาพบก็จะมาเล่นลิ้นกับเราละซิ ท่านั้นท่านี้ ก็เปิดทางเพื่อจะกลืน แน้ มันรู้แล้ว จะว่ายังไง ลิ้นไหนก็ลิ้นเถอะ ที่จะออกประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบก็ออกจากวงนี้จะ มีแต่ลิ้นที่จะกลืนจะกิน เปิดทางเข้าไปเพื่อกินคลังหลวงเท่านั้น ให้ฟังกันให้ดีนะ อื่อ นี้จึงไม่ยอมฟัง มันรู้จนกระทั่งตับปอดมัน จะไปว่าอะไรตั้งกับเพียงแค่นี้วะ เราจึงไม่พูดให้เสียเวลานักข่าว ตอนนี้ลูกศิษย์หลวงตากำลังรวบ รวมรายชื่อกันขับไล่ รมต. ถือเป็นการปกป้องสมบัติของชาติเนี่ยะ ลูกศิษย์จะได้บุญไหมครับการกระทำแบบนี้

หลวงตา ยังไม่ถึงไหนมาทวงเอาบุญแล้ว มันอะไรกันพวกนี้ งานไม่ทำมาทาวงเอารางวัลแล้ว โอย ใช้ไม่ได้นะพวกนี้ทุกอย่างแน่นอนอยู่แล้ว ธรรมที่เราแสดงออก แน่นอนหมดแล้ว ขึ้นเวทีได้เลย ถ้าลงได้ออกจากปากของเราแล้ว คำไหนก็คำนั้นว่า ท่านพูดใช่ไหม ใช่ทันทีเลย นี่คือขึ้นเวทีแล้ว อันไหนที่ไม่ใช่คำพูดของเราอย่าไปส่งเสริมเติมต่อนะ เราไม่รับรอง สำหรับคำพูดของเรา เรารับรองร้อย เปอร์เซ็นต์ ทุกประโยคทุกคำไป ถ้าถามว่านี่ท่าน ได้พูดใช่ไหม ใช่ทันที เอาเลย เรียกว่าขึ้นเวทีแล้ว เพราะธรรมกล้าหาญชาญชัยต่อความจริง พูดความจริงล้วนๆ จึงกล้าหาญต่อความจริง เพราะฉะนั้นจึงได้เตือนหนังสือพิมพ์อยู่เสมอนะว่าอย่าหามาส่งเสริมเติมต่อเรื่องนั้นเรื่องนี้ เป็นอุบายของตัวเองแล้วมันเสียส่วนใหญ่ได้นะ หนังสือพิมพ์มีเสมอนะ ที่อยู่สวนแสงธรรม เราก็เคยเตือน จะมายอเรา เราก็ไม่ต้องการ มาเหยียบเรา เราก็ไม่ต้องการ เราอยู่ในความพอเหมาะพอดีแล้ว ทำก็อย่างพอเหมาะพอดี เพราะฉะนั้นให้พิมพ์ตามนั้นหนังสือพิมพ์ก็ดี ตามคำพูดคำจาที่เราได้แสดงออกไปแล้วนั้น อย่าเอาอะไรมาเพิ่มมาเติม ซึ่งจะแฝงเจตนาของตัวเองเข้าไปแล้วทำความเสียหายแก่ส่วนรวมได้ คนเรามันหนักไปทางไหน เวลาได้โอกาสแล้วมันก็เอาอันนี้แทรกเข้าไปใช่ไหมล่ะ เสียได้ ธรรม ไม่เอาอะไรมาแทรก เอาความพอดีเท่านั้นออกเลยๆ เหอ เอา ยังไม่ให้พรนะ ให้พรเสียก่อน

(มีลูกศิษย์จะเข้ามาถวายของ) หลวงตา หือ... เอาอะไรมา หือ มาอะไรเหรอ อือ มา อย่างนี้แหล่ะ ขนเข้ามาช่วยชาติ เห็นไหมมาจากทุกทิศทุกทางทั่วประเทศไทย ฮื่อ ครั้งจะกอบจะมาโกยเอาไปกินต่อหน้า ต่อตา โห ชาติไทยทั้งชาติดูได้อย่างไร สลบไปเลยว่าของเล่นเมื่อไหรวะ เอาละให้พร...               
43  ทั่วไป / คอมพิวเตอร์ มือถือ กล้องดิจิตอล เทคโนโลยี / อินิทรีเปิดเกมเต้นใหม่ TOUCH ONLINE เอาใจคอเกมสายแบ๊ว เน้นคนน่ารักล้นเซิร์ฟเวอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 04:45:08 PM
อินิทรีเปิดเกมเต้นใหม่ TOUCH ONLINE เอาใจคอเกมสายแบ๊ว เน้นคนน่ารักล้นเซิร์ฟเวอร์   

       

อินิทรีดิจิตอล เอาใจคอเกมสายแบ๊ว ให้สนุกสนานไปกับเกมเต้นใหม่ล่าสุด TOUCH ONLINE ที่สามารถเล่นได้จากเว็บเบราว์เซอร์ ไม่ต้องดาวน์โหลดลงโปรแกรมใดๆ การันตีความแบ๊วด้วยเหล่าทีมงาน และเน็ตไอดอล โดยเปิดให้ลองเล่นแบบโคลสเบต้าไปแล้ว...

บริษัทอินิทรี ดิจิตอล จำกัด (มหาชน) ประกาศเปิดตัว เกมสุดแบ๊วทัชออนไลน์ (TOUCH ONLINE) เกมเต้นที่ใครเล่นก็น่ารัก (touchonline.in.th) ได้เปิดเซิร์ฟเวอร์ให้เพื่อนๆ ได้ร่วมทดลองเล่นเป็นวันแรกกันแล้วในช่วง Close Beta กระแสความน่ารักก็กระจายทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์เลยทีเดียว เรียกว่าแค่ครีเอทเสื้อผ้าก็หมดเวลาไปเป็นชั่วโมงแล้ว
 
เท่านั้นยังไม่พองานนี้ Ini3 ยังชวนเพื่อนๆ มาสร้างกระแสความน่ารักนอกเกม ด้วยการโพสต์รูปสุดแบ๊ว ลงในเฟซบุ๊กหรือสื่อโซเชียลต่างๆ ดูตัวอย่างได้จากโฉมหน้าของผู้บริหารอินิทรีฯ เน็ตไอดอลชื่อดังอย่างน้องเพียว สุมาภรณ์ (พรีเซ็นเตอร์เกม C9) และทีมงาน ini3 ที่ยกขบวนกันมาแอ๊บท่าสุดน่ารักให้เพื่อนได้ชมกันเป็นพิเศษ รวมไปถึงยังมีเน็ตไอดอลชื่อดังทั่วประเทศที่มาช่วยยืนยันความน่ารักของเกม TOUCH ONLINE อีกด้วย

สำหรับเกมเมอร์คนไหน อยากได้เสื้อ TOUCH ME สวยๆ แบบทีมงานไปใส่กันสามารถมาร่วมกับกิจกรรมพิเศษผ่านแฟนเพจ facebook.com/Mstarfan ได้ง่ายๆ เพียงโพสต์รูปของคุณที่คิดว่า น่ารักที่สุด พร้อมระบุสี และไซส์ ภาพไหนที่ถูกใจทีมงานก็รับเสื้อไปใส่ถ่ายรูปโชว์ความน่ารักได้เลย และที่สำคัญเพื่อเป็นการฉลองช่วง CBT ทางทีมงาน ini3 ใจป้ำ ขอแจก 100,000 คุกกี้ ให้เพื่อนไปช็อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าสุดจี๊ด เครื่องประดับสุดเก๋ให้เต็มที่กันไปเลย งานนี้ใครไม่อยากตกเทรนด์ความน่ารัก ทั้งนี้เกม TOUCH ONLINE ไม่ต้องดาวน์โหลดไคลเอนต์ใดๆ ให้ยุ่งยาก เพราะเล่นผ่านเบราว์เซอร์บนเว็บไซต์ได้เลย ที่ touchonline.in.th     
44  ทั่วไป / ข่าวการเมือง เศรษฐกิจ ข่าวต่างประเทศ ข่าวประจำวันอื่นๆ / ชาวนาพิจิตร ที่ขึ้นบนเวที กปปส. สุเทพ ไม่ได้ช่วยเงินเลย แล้วเรียไรเงินเพื่อ? เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2014, 07:57:06 AM
ชาวนาพิจิตร ที่ขึ้นบนเวที กปปส. สุเทพ ไม่ได้ช่วยเงินเลย ต้องกลับมา เอามะละกอจิ้มปลาร้าปะทังความหิว แถมโดนเพื่อนบ้านด่าซ้ำ **เอาเขาไปหากินกับเงินบริจาคและเอาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ก็น่าจะให้เงินเขากลับบ้านบ้างนะ ***



ชาวนาพิจิตรที่ขึ้นระบายความในใจเรื่องจำนำข้าวบนเวที กปปส.ปทุมวัน ต้องเจอความช้ำซ้ำสอง หลังกลับบ้านเกิดแล้วโดนข้าราชการและชาวบ้านในพื้นที่รุมด่า รันทดเอามะละกอจิ้มปลาร้าปะทังความหิว

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ”จากกรณีที่ นางนวลจันทร์ ญาติประทุง อายุ 52 ปี ชาวนาจาก ต.ทุ่งใหญ่ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ที่ขึ้นกล่าวบนเวที กปปส.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 8 ก.พ.57พร้อมกล่าวด้วยน้ำตาต่อว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรว่า ” อยากให้เห็นหัวอกคนเป็นแม่เหมือนกัน ลูกคุณจะกินอะไรมีพร้อมหมด แต่ลูกฉันไม่มีอะไรกินเลย"

โดยล่าสุด นางนวลจันทร์ ได้กลับมาพัก ที่บ้านเกิดเลขที่ 43/1 หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งใหญ่ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร โดยหลังจากกลับมา นางนวลจันทร์เล่าว่า ชาวบ้านและข้าราชการในพื้นที่บางรายกลับไม่พอใจและมีการต่อว่าด่าทอ พร้อมเย้ยหยันว่ามาขึ้นเวทีทำไม คิดว่าจะได้เงินหรือ แต่ตนก็ตอบกลับไปว่า เรื่องนี้เป็นสิทธิของชาวนาที่ต้องได้และไม่ใช่เรื่องผิด ที่ขึ้นเวทีเพื่อแสดงออกและความรู้สึกของชาวนาคนหนึ่งที่ถูกเอาเปรียบจากรัฐบาลเท่านั้น อย่างไรก็ตามยังมีชาวนาอีกหลายคนที่ต่างเอาใจช่วยและให้กำลังใจ

นางนวลจันทร์ เล่าอีกว่า เก็บเกี่ยวและจำนำข้าวข้าวตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว ตั้งแต่บัดนี้เขายังไม่ให้เงินจากโครงการรับจำนำเลย แม้เข้าสู่เดือนที่ 6 แล้ว ซึ่งทั้งหมดคิดเป้นเงิน 280,000 บาท พอถาม ธ.ก.ส. เขาก็บอกว่ายังไม่ถึงคิว โดยอยากมีเงินให้ลูกไปเรียนหนังสือ ซึ่งลูกสาวกำลังศึกษาปีที่ 3 อยู่ที่วิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ เหลืออีก 3 เดือน ก็จะจบ ชั้นปีที่ 3 และอาจจะต้องหยุดการเรียนชั่วคราวในชั้นปีที่ 4 เนื่องจากไม่มีเงินส่งเรียนให้จบ ซึ่งลูกสาวเองก็พร้อมที่จะหยุดการเรียนชั่วคราวเพราะเห็นความลำบากของแม่

ในส่วนความเป็นอยู่ของนางนวลจันทร์นั้น อุปกรณ์การเกษตรไม่ว่าจะเป็นรถการเกษตร อุปกรณ์การทำนา ถูกปล่อยทิ้งฝุ่นจับ เนื่องจากไม่มีเงินทุนเหลือ รวมถึงความเป็นอยู่ที่ต้องลำบากมา เพราะต้องนำปลาร้าทั้ง 3 ไห ที่ยังพอมีเหลืออยู่ มารับประทาน โดยใช้มะละกอมาจิ้มกินแทนข้าวปะทังชีวิต แต่จะกินก็กินไม่ลง เนื่องจากมีหนี้สินร่วม 1 ล้าน ติดค้างในใจอยู่ ที่สำคัญตอนนี้ยังโดนภัยแล้งซ้ำเติมอีก ทำให้นาข้าว 30 ไร่ ที่กำลังออกรวงเกิดฝ่อเป็นสีดำ เพราะขาดน้ำ ก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร แต่ก็จะเดินหน้าต่อสู้ทวงสิทธิชาวนาต่อไป.            
45  ทั่วไป / ข่าวการเมือง เศรษฐกิจ ข่าวต่างประเทศ ข่าวประจำวันอื่นๆ / โอละพ่อ! สลิ่มหงายเงิบ ข้าว3.5ล้านกก.ไม่หาย! อคส.ชุ่ย ขายราคาถูกให้เอกชน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2014, 04:37:05 AM
โอละพ่อ! สลิ่มหงายเงิบ ข้าว3.5ล้านกก.ไม่หาย! อคส.ชุ่ย ขายราคาถูกให้เอกชน



หางโผล่! ข้าวสารเหนียว 3.5 ล้าน กก. มูลค่า 86 ล้านบาท ไม่ได้หายไปไหน! อคส.ขายข้าวแพงให้เอกชนในราคาถูก ราคาข้าวทรุดฮวบจาก 86 ล้าน เหลือ 32.8 ล้าน เหตุผู้ประสานงาน อคส.ลพบุรี ไม่ได้ลงนามใบโอนย้ายข้าว...
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 57 ถึงความคืบหน้าคดี "ข้าวสารเหนียว อคส.หาย" ว่า พ.ต.ท.นวกฤต นวการพาณิชย์ พงส.ชำนาญการพิเศษ สภ.เมืองอุดรธานี เจ้าของคดี ได้เชิญ นายยุทธศาสตร์ แสนสวนจิตร ผู้ประสานงาน อคส.อุดรธานี มาให้ปากคำเพิ่มเติม หลังจากได้รับเอกสาร และสอบปากคำ นายเอนก ฉัตรชัยศิริ เจ้าของและผู้จัดการ หจก.โรงสีโชควรลักษณ์ จ.ลพบุรี และ น.ส.โสภิณ จิรายุทธพงษ์ ผู้ประสานงาน อคส.จ.ลพบุรี คดี อคส.แจ้งความข้าวสารเหนียว กข.6 น้ำหนัก 3.5 ล้าน กก. มูลค่า 86 ล้านบาท หายไประหว่างขนจากโกดังกลาง จ.อุดรธานี ไปโรงสีโชควรลักษณ์กิจรุ่งเรือง จำกัด จ.ลพบุรี

จากการสอบสวนทราบว่า ข้าวสารเหนียว กข.6 ถูกขนออกจากโกดังกลาง จ.อุดรธานี ระหว่างวันที่ 5-26 ม.ค. 56 โรงสีโชควรลักษณ์ยืนยันรับข้าวสารไว้ครบ โดยรถแต่ละคันไม่มีเอกสาร "ใบโอนย้าย" รับแจ้งว่าเอกสารจะมาภายหลัง จนมีคำสั่งจาก อคส. สั่งให้ปรับปรุงข้าวและบรรจุถุงตามสัญญา คือ ถุงละ 5 กก. ค่าจ้างถุงละ 22.575 บาท และต้องนำข้าวถุง 10 ถุงบรรจุในถุงใหญ่ และเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 56 อคส. มีคำสั่งให้มอบข้าวถุงให้กับผู้ซื้อ (บ.เจียเม้ง มาร์เก็ตติ้ง จก.) ที่จ่ายเงินให้ อคส.แล้ว แต่ผู้ประสานงาน อคส.ลพบุรี ไม่เคยรับรู้เรื่องนี้มาก่อนจนวันที่ 29 ต.ค. 56 ได้รับ "ใบโอนย้าย" 105 ฉบับ จึงไม่ลงนามในเอกสาร จนมีการแจ้งความดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การไม่ลงนามรับข้าวของผู้ประสานงาน อคส.ลพบุรี ทำให้ไม่มีใครยืนยันว่า ข้าวสารที่นำมาจาก จ.อุดรธานี ที่เป็นข้าวชั้นดีเลิศ อคส. ประเมินไว้ 86 ล้านบาท (ราคาตลาด กก.ละ 26-31 บาท หรือรวม 91-108 ล้านบาท) ได้เข้าไปในโรงสีปลายทางจริง ขณะที่ข้าวดังกล่าว อคส. สั่งให้ส่งมาบรรจุถุง ตามโครงการ "ลดค่าครองชีพผู้บริโภค" ที่ระบุในเอกสารสั่งให้โรงสีส่งมอบข้าวสารถุงทั้งหมด 500,000 ถุง ให้กับ บริษัท เจียเม้ง มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กลับมาราคาเพียงถุงละ 56.60 บาท หรือราคารวมทั้งหมดเพียง 32.8 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเท่ากับเอาข้าวราคาแพงขายให้เอกชนราคาถูก ขณะเดียวกัน องค์การคลังสินค้า (อคส.) มีคำสั่งย้าย นายยุทธศาสตร์ แสนสวนจิตร ผู้ประสานงาน อคส. ประจำ จ.อุดรธานี และ น.ส.โสภิณ จิรายุทธพงษ์ ผู้ประสานงาน อคส.ลพบุรี ไปประจำใน สนง.อคส. ที่กรุงเทพฯ โดยให้ไปรายงานตัวภายในวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. ที่จะถึงนี้ โดยที่ จ.อุดรธานี จะมีนายมนตรี หัตถกรรม จาก จ.นครราชสีมา มารับหน้าที่แทน

นายยุทธศาสตร์ แสนสวนจิตร ผู้ประสานงาน อคส.อุดรธานี เปิดเผยว่า คำสั่งให้เดินทางไปรายงานตัวที่ อคส.ส่วนกลาง เป็นไปตามระเบียบของการบริหารงานของ อคส. ว่า หากมีปัญหาเกิดขึ้นที่ใด ให้ย้ายผู้รับผิดชอบเข้าประจำอยู่ในส่วนกลาง ผู้บังคับบัญชาสั่งการอย่างไรก็จะต้องปฏิบัติ ทำใจไว้แล้วตั้งแต่มีเรื่องแจ้งความว่าข้าวหาย ทั้งนี้ เหลือเวลาทำงานอยู่ถึงเดือน ก.ย. 58 ก็ต้องเกษียณอายุราชการแล้ว ส่วนคดีขอให้เป็นเรื่องของตำรวจ และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือระหว่างปฏิบัติหน้าที่ใน จ.อุดรธานี

พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า คดีนี้ อคส. ไม่ได้สอบสวนข้อเท็จจริง หรือสอบสวนหาผู้กระทำผิดวินัย แพ่ง และอาญา แต่มาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนเลย ตำรวจก็ต้องใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐาน ว่าเราจะต้องดำเนินคดีกับใครบ้าง ทราบจากข่าวที่ออกมาว่า อคส. เริ่มให้กรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว.            
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 249
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF

|กุมารทอง | เว็บพระเครื่อง | เว็บบอร์ดพระเครื่อง | เว็บธรรมะ | ตลาดพระ | ตลาดพระเครื่อง | ศูนย์พระเครื่อง | ร้านค้าพระเครื่อง | ฝากรูป | พระเครื่อง | เครื่องรางของขลัง Valid XHTML 1.0! Valid CSS!