เซียนรุ่ง ปากเกร็ด ศึกษาพระกรุพระเก่า
คนวงการพระต่างรู้จักกันดี "
รุ่ง ปากเกร็ด" นามจริงในบัตรประชาชน "รุ่ง
อรุณ ยศยิ่งยง" พื้นเพเป็นชาวปากเกร็ด เกิดและโตที่เมืองนนท์ สนใจชื่นชอบ
พระเครื่องมาตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันมี
ศูนย์พระเครื่องอยู่ที่ห้างพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า งามวงศ์วาน ชั้น 3 หน้าบันไดเลื่อนโซนเก่า ชื่อร้านตรงกับฉายาของตัวเอง "ร้านรุ่ง ปาก เกร็ด" เชี่ยวชาญ
พระกรุ พระเก่าและ
เครื่องรางของขลังหลากหลายประเภท
เจ้าตัว เล่าถึงเส้นทางการเข้าสู่วงการพระว่า ประมาณ 10 ขวบ ว่าคลุกคลีอยู่กับ
พระเครื่องมาตลอด ตอนเรียนหนังสือก็หัดศึกษา
พระเครื่องควบคู่ไปด้วย มีการซื้อขายแลกเปลี่ยน
พระเครื่องกับพวกเซียนพระ ที่เป็นผู้ใหญ่ บ้าง ยามว่างผมก็จะมาคลุกคลีกับเซียนพระรุ่นใหญ่ เริ่มต้นศึกษาพระเครื่องจากผู้ใหญ่ เป็นเด็กที่สุดในกลุ่มที่เล่นพระในจังหวัดนนทบุรี อายุ 10 กว่าขวบก็ซื้อพระขายพระแล้ว ในขณะนั้นผมจะคอยดูคอยศึกษา
พระเครื่อง ที่เซียนผู้ใหญ่เขาเอามาอวดเอามาโชว์กัน สมัยก่อนพระเก๊ไม่ค่อยมี เลยมีโอกาสได้ดูแต่พระแท้ สมัยนั้นสนาม
พระหรือพวกตลาดที่ซื้อขายกันส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมี จะเล่นหากันตามร้านกาแฟ เล่นกันตามสถานที่ต่างๆ ที่เขามีนัดพบปะกัน ผมเป็นเด็กอยู่ก็ต้องไปคอยมองดูเขาว่าเขาเล่นกันยังไง ซื้อขายกันยังไง
เริ่มแรกศึกษา
พระหลายๆ อย่าง ประเภทเนื้อดินก็ชอบ เนื้อผงก็ชอบ เหรียญคณาจารย์ต่างๆ ผมก็ชอบ วัตถุโบราณผมก็ชอบ เครื่องรางของขลังก็ชอบ ของเก่าเซรามิกลายครามก็ชอบ คนที่คอยสอนและแนะนำเหมือนเป็นอาจารย์ ก็มีอาจารย์พยัพ คำพันธุ์ ปัจจุบันท่านเป็นนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ผมเป็นคนแรกๆ ที่เป็นลูกศิษย์ ผมกับอาจารย์พยัพ รู้จักกันมาเกือบ 40 ปีแล้ว อาจารย์พยัพท่านจะคอยแนะผมตลอด สมัยก่อนเวลาได้พระมาก็จะมานั่งดูนั่งส่องคุยกัน อาจารย์พยัพท่านเป็นอาจารย์คนแรกของผม ท่านเป็นคนที่ไม่ปิดบัง ไม่หวง วิชา จะแนะนำสอนเสมอว่าพระอย่างนี้ต้องดูอย่างนั้น มีจุดตรงนี้นะอะไรประมาณนั้น และจะบอกเสมอว่า ดูแล้วจำเอาไว้ นี่ของแท้ดูเอาไว้
พระเก๊กับพระแท้มีเทคนิคดูคือ ตามมาตรฐาน ก็ต้องดูจากพิมพ์ทรง หากเป็นพระเนื้อดิน อันดับแรกต้องดูพิมพ์ทรงก่อน เนื้อชินหรือเหรียญก็เช่นกัน ต้องดูพิมพ์ทรงก่อน แต่มันก็จะมีเคล็ดลับอีกอย่างคือเรื่องตำหนิพระ ทุกอย่างทุกระบบที่เล่นหากันอยู่ทุกวันนี้ มีตำหนิหมด แล้วแต่ว่าใครจะจำตำหนิ คือตำแหน่งต่างๆ ที่อยู่บนองค์พระ ตำหนิทุกตำหนิคนจะจำไม่เหมือนกัน บางคนจะจำขอบ อย่างขอบเหรียญ ตัวตัด วัสดุ ที่ใช้ตัด บางคนจะจำที่หูของเหรียญ บางคนจะ จำที่เส้นขนแมวที่อยู่บนผิว บางคนก็จะจำที่ผิวพรรณ คือต่างคนต่างจำ อันนั้นคือครูของเรา เป็นตำหนิในใจเรา ถ้าเรียกคน 10 คนมาดู ใน 10 คนนี้ ก็จะมีการจำตำหนิที่ไม่เหมือนกัน จะจำต่างกัน หรืออาจจะใกล้เคียงกัน
สำหรับ พระเครื่องที่ผมชื่นชอบที่สุดเป็นประเภท
พระกรุ เพราะว่าสมัยก่อนที่ผมเริ่มเล่น
พระใหม่ๆ พระกรุจะมาเป็นอันดับแรก เป็นพระที่หายากมีราคาแพง และมีคนนิยมชื่นชอบ มีคนศึกษากันเยอะ แต่พอมายุคนี้ พระกรุก็จะได้รับความนิยมลดน้อยถอยลงมาสักหน่อย จะตามหลัง
พระเกจิอาจารย์อยู่ ยิ่งพระกรุบางอย่างถอยหลังไปเลย พระเกจิฯ บางอย่างก็ล้ำหน้าขึ้นมาเลย
พระเกจิอาจารย์บางอย่างราคาเป็นแสนเป็นล้าน พระเกจิอาจารย์สร้างปี 2501 เป็นต้นมาราคาเป็นแสน พระกรุอายุเป็นร้อยๆ ปี ราคาอยู่หลักหมื่น
เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ ผมเข้าใจว่า เซียนพระรุ่นใหม่จะเล่นพระกรุไม่ทัน ไม่รู้ที่มาที่ไปของแต่ละกรุ แต่พระเครื่องของเกจิอาจารย์ มันสามารถไปดูที่วัดก็ได้ตรงนี้มันมีข้อมูลให้ทั้งหมด เซียนพระรุ่นใหม่ๆ จึงให้ความสนใจในพระเครื่องเกจิเป็นส่วนใหญ่ เป็นพระที่ทันยุคสมัยกันด้วย
คอลัมน์ มองอย่างเซียน