เว็บ-บอร์ด พระเครื่อง เว็บ พระพุทธศาสนา ธรรมะ พระ amulet buddha
พฤษภาคม 23, 2012, 01:52:42 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: SMF - Just Installed!
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง ฝากรูป เว็บฝากรูปฟรี อัพโหลดรูปฟรี ฝากรูป เว็บฝากรูปฟรี อัพโหลดรูปฟรี พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง

ดูดวง หมอดู ดวงรายวัน ดูดวงฟรี เนื้อคู่ ไพ่ยิปซี หมอดูแม่นๆ ดูดวงวันเกิด ทำนายรัก ดวงสมพงษ์ ไพ่ทาโรต์ ดวงรายสัปดาห์

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สมเด็จวัดปากน้ำ พาชม พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล  (อ่าน 380 ครั้ง)
admin
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3091


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: มิถุนายน 08, 2011, 01:35:24 am »


สมเด็จวัดปากน้ำ พาชม พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล

วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่เป็นศิลปะสมัยอยุธยามากมาย ตามประวัติเคยกล่าวไว้ว่า "ภายในกำแพงแก้วพระอุโบสถมีพระเจดีย์ถึง 22 องค์ รอบพระวิหารก็มีพระเจดีย์นับสิบองค์"

สมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณณสิริ) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม รักษาการเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ อยู่ประมาณ 6 ปี นับแต่หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ มรณภาพเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2502 ได้บันทึกไว้ว่า "...ระยะนั้นได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดปากน้ำ แต่ช่างไม่มีความชำนาญเรื่องการอนุรักษ์โบราณวัตถุ และขัดสนด้วยเรื่องของปัจจัยในการดูแลรักษา อีกทั้งเจดีย์ส่วนใหญ่ก็ชำรุดทรุดโทรมมาก จึงจำเป็นต้องรื้อออกเสียทั้งหมด..." หลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ เป็นนักอนุรักษ์ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม จึงบ่นเสียดายมาตราบเท่าทุกวันนี้

ต่อมาในปี พ.ศ.2547 นับเป็นปีอันเป็นศุภวาระมงคลของพสกนิกรชาวไทย เป็นปีที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา

ดังนั้น สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ จึงมีความดำริที่จะสร้างอนุสรณ์สถานเฉลิมพระ เกียรติ หลังจากที่ได้พัฒนาวัดปากน้ำมาจนครบแทบทุกด้าน

ได้มีดำริที่จะสร้างเจดีย์ขนาดใหญ่ เป็นที่มาของ "พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล" ที่มีความสูง 80 เมตร กว้าง 50 เมตร ยาว 50 เมตร โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นประธานประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2547 เวลา 06.09 น.

จำเนียรกาลผ่านมากว่า 6 ปี พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล ใกล้เสร็จสมบูรณ์ เป็นโอกาสอันดีที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ นำคณะสื่อมวลชนชมความคืบหน้าการก่อสร้างพระมหาเจดีย์มหารัชมงคล

การก่อสร้างพระมหาเจดีย์ดังกล่าวได้รูปแบบมาจากเจดีย์ของวัดโลกโมฬี ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สร้างเป็นเจดีย์สถาปัตยกรรมไทย ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ประยุกต์ผสมผสานระหว่างศิลปะยุครัตน โกสินทร์กับศิลปะล้านนา มีความสูง 5 ชั้น บริเวณปลียอดของพระมหาเจดีย์ฯ จะหุ้มด้วยทองคำน้ำหนัก 7,185.55 บาท

มีแผ่นทองคำกว้าง 9.9 เซนติเมตร ยาว 4.9 เมตร สลักคำว่า "สติ มตฺตญฺญุตา ชาตา" หมายความว่า สติเป็นเหตุให้เกิดเศรษฐกิจพอเพียง และ "ปญฺจสีลํ สุรกฺขิตํ โลกสฺสตฺถิ สนฺติสุขํ" หมายความว่า ศีล 5 ที่รักษาดีแล้ว สันติสุขย่อมมีแก่ชาวโลก

มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2554 นี้ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ 300 ล้านบาท และจะมีพิธีสมโภชในปี 2555

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าวว่า จุดเด่นของพระมหาเจดีย์ฯ นี้อยู่ที่ชั้น 5 เป็นที่ประดิษฐานของเจดีย์แก้วที่จำลองมาจากพระมหาเจดีย์ฯ โดยสร้างจากกระจกที่มีความหนา 1 เซนติเมตร นำมาวางซ้อนกันจำนวน 800 ชั้น และแกะสลักด้วยมือ มีความสูงจากฐานถึงยอด 8 เมตร ด้านยอดของเจดีย์แก้วจะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมทั้งจะมีการสร้างเจดีย์ทองคำครอบบนยอดของเจดีย์แก้วด้วย

ขณะที่ฐานของเจดีย์แก้วจะใช้กระจกแกะสลักเป็นรูปพญานาคจำนวน 80 ตัว เท่ากับอายุของพระพุทธเจ้า ติดอยู่รอบฐานของเจดีย์แก้ว โดยใช้งบฯ ในการสร้างเฉพาะเจดีย์แก้วประมาณ 20 ล้านบาท

ขณะนี้องค์เจดีย์แก้วได้สร้างเสร็จแล้ว เหลือเพียงในส่วนของพญานาค และสร้างเจดีย์ทองครอบเท่านั้น ทั้งนี้ การที่สร้างเจดีย์แก้วเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเป็นอนุสรณ์สถานเจริญศรัทธาของพุทธศาสนิกชน อีกทั้งที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นเจดีย์ในลักษณะนี้มาก่อน ที่เห็นบางวัดระบุว่าเป็นเจดีย์แก้วก็มีส่วนของแก้วเพียงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งเจดีย์แก้วที่วัดปากน้ำฯ จะถือว่าเป็นเจดีย์แก้วแห่งแรกที่มีแก้วเป็นส่วนประกอบทั้งองค์เจดีย์

เจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของชั้นที่ 4 เป็นที่ประ ดิษฐานรูปเหมือนบูรพาจารย์ เช่น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (ปลด กิตติโสภณมหาเถระ) วัดเบญจมบพิตร, สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (ปุ่น ปุณณสิริมหาเถระ) วัดพระเชตุพนฯ, สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินธรมหาเถระ) วัดสามพระยา เป็นต้น

ชั้นที่ 3 เป็นพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ชั้นที่ 2 เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และชั้นที่ 1 เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน พุทธศาสนิกชนสามารถเข้าสักการะพระมหาเจดีย์ฯ ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
บันทึกการเข้า



|พระเครื่อง|เครื่องรางของขลัง|ตลาดพระ|ตลาดพระเครื่อง|พระเครื่องออนไลน์|ประมูลพระเครื่อง|ประมูลพระ|วัตถุมงคล|พระเครื่อง |เครื่องรางของขลัง|ผี|ชมรมถ่ายภาพ|
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF

|กุมารทอง | เว็บพระเครื่อง | เว็บบอร์ดพระเครื่อง | เว็บธรรมะ | ตลาดพระ | ตลาดพระเครื่อง | ศูนย์พระเครื่อง | ร้านค้าพระเครื่อง | ฝากรูป | พระเครื่อง | เครื่องรางของขลัง Valid XHTML 1.0! Valid CSS!