วัตถุมงคลของสมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้เราจะมาคุยกันถึงสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ กับ
พระเครื่อง-
วัตถุมงคล ของท่านกัน
พระเครื่องของท่านนั้นมีพระเกจิอาจารย์ที่ทรงวิทยาคมเก่งๆ ร่วมพิธีปลุกเสกมากมาย เรื่องแคล้วคลาดและอยู่ยงคงกระพันชาตรีนั้นเชื่อขนมกินได้เลยครับ
สมเด็จพระสังฆราชกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าภุชงค์ ชุมพูนุท เป็นโอรสองค์ใหญ่ของพระบรมวงศ์เธอ กรมขุนเจริญผลพูนสวัสดิ์ กับหม่อมปุ่น ประสูติเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2402 ณ ตำหนักหน้าวัดราชบพิธฯ ถนนเฟื่องนคร เมื่อชันษาได้ 15 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร โดยมีสมเด็จกรมพระยาปวเรศวิริยาลงกรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ สถิต ณ วัดราชบพิธฯ จนมีพระชันษาครบอุปสมบทจึงได้รับพระมหา กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อุปสมบทเป็นนาคหลวงที่วัดพระศรีรัตน ศาสดาราม สมเด็จพระวันรัต (ทับ) เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระฉายาว่า "สิริวัฒโน" เนื่องจากทรงศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรมเป็นอย่างดี จนมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษและอักษรเทวนาครี จนเรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญองค์หนึ่ง เมื่ออุปสมบทแล้วได้ช่วยงานด้านพระพุทธศาสนาในองค์สมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงวชิรญาณวโรรส อยู่เป็นประจำ
ได้รับการไว้วางพระทัยให้เป็นผู้ไต่สวนเรื่องอธิกรณ์ฟ้องร้องระหว่างศาสนจักรและอาณาจักรที่สำคัญๆ แทนพระเนตรพระกรรณสมเด็จพระสังฆราชเจ้า แล้วจึงทำคำกราบบังคมทูลให้ทรงพิจารณาเป็นขั้นสุดท้าย แม้แต่คดีอธิกรณ์ระหว่างทางการเมืองลำพูนกับพระศรีวิชัย (ครูบาเจ้าศรีวิชัย วัดบ้านปาง) สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ ก็ทรงวินิจฉัยอย่างถ่องแท้และเป็นที่ยอมรับกันว่าบริสุทธิ์และยุติธรรมอย่างยิ่ง
ได้รับสมณศักดิ์เป็นที่พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์ ในปี พ.ศ.2453 ครั้นเมื่อสมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงวชิรญาณวโรรส สิ้นพระชนม์แล้ว ก็ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นกรมหลวงในปี พ.ศ.2466 ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้า จนสิ้นพระชนม์ในวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2480 พระชันษาได้ 79 พรรษาที่ 59 ทรงครองเพศบรรพชิตมาโดยตลอด
วัตถุมงคลในองค์สมเด็จพระสังฆราชเจ้า เมื่อทรงดำรงพระชนมชีพ มีดังนี้คือ
พระหล่อพระพุทธอังคีรส ในปี พ.ศ.2466 นั้นทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช และเลื่อนเป็นกรมหลวง พระบรมวงศานุวงศ์ พ่อค้าประชาชนและสงฆ์ในปกครองพร้อมใจกันจัดงานฉลองอย่างสมพระเกียรติ ในการนี้ได้ทรงโปรดให้สร้างพระหล่อขึ้นเป็นที่ระลึกเรียกกันว่า "พระชัยวัฒน์ฉลองพระหิรัญบัตร 2466" ทรงประกอบพิธีเททองด้วยพระองค์เองที่ลานพระอุโบสถ วัดราชบพิธฯ โดยมีพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมและพระราชาคณะมาร่วมเจริญพระพุทธมนต์และนั่งปรกปลุกเสกกันอย่างเต็มที่ ซึ่งมีทั้งหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก เป็นอาทิ เนื้อโลหะนั้นเป็นเนื้อโลหะผสมที่เรียกกันว่า "สำริดกำมะลอ" คือเนื้อแกร่งแต่ไม่กลับดำเป็นสำริดที่มิได้เป็นนวโลหะ แต่ออกกระแสทางสีน้ำตาลไหม้อมแดงอย่างงดงาม
นอกจากพระชัยวัฒน์แล้ว ยังได้ทรงหล่อพระประจำวันพุทธปางอุ้มบาตร ทรงห้าเหลี่ยมขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย เป็นเนื้อโลหะผสม เนื้อค่อนข้างกรอบ ถ้าตกจากที่สูงจะแตกได้ครับ
เหรียญเจริญพระชันษา พ.ศ.2474 ทรงจัดงานฉลองพระชันษาและสร้างเหรียญที่ระลึกไว้ประทานแก่ผู้ที่เคารพนับถือส่วนพระองค์ เป็นเหรียญรูปใบสาเก ด้านหน้าเป็นรูปครึ่งองค์หันข้าง
วัตถุมงคลชุดปี พ.ศ.2480
พระกริ่งพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร กับรูปปางปลงอายุสังขาร เป็นพระปั๊มหูในตัว ด้านก้นคว้านแล้วบรรจุเม็ดกริ่ง อุดก้นด้วยโลหะแบบเดียวกัน และตอกอักษรพระนามย่อของพระเกจิอาจารย์ผู้ปลุกเสก อาทิ ป.ปลา หมายถึงหลวงพ่อปาน เป็นต้น
เหรียญพระแก้วมรกต (แบบพิมพ์หนา) ลักษณะทั่วไปมีเค้ามาจากพระกริ่งพระแก้วมรกตแต่ไม่ได้บรรจุกริ่ง
เหรียญพระแก้วมรกต (พิมพ์บาง) ลักษณะทั่วไปคล้ายกับพิมพ์หนา แต่มีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อย
พระกริ่งไตรภาคี เป็นพระหล่อด้วยเนื้อโลหะทองเหลืองรมดำ ก้นอุดกริ่งยอดแต่งเป็นยอดฉัตร
แหวนมงคลเก้า เป็นแหวนปลอกมีด มีอักษรขอมว่า "อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ" มีเนื้อเงินและเนื้อทองแดง
วัตถุมงคลของสมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ เป็นที่นิยม และมีประสบการณ์ทุกรุ่น พิธีพุทธาภิเษกก็ยิ่งใหญ่มาก พระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมร่วมปลุกเสกมากที่สุด เรียกว่าเยี่ยมยุทธ์ครับ วันนี้ผมก็จะนำรูปพระชัยวัฒน์พระพุทธอังคีรส และพระพุทธปางอุ้มบาตรมาให้ชมกันครับ