เว็บ-บอร์ด พระเครื่อง เว็บ พระพุทธศาสนา ธรรมะ พระ amulet buddha
พฤษภาคม 22, 2012, 05:52:57 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: SMF - Just Installed!
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง ฝากรูป เว็บฝากรูปฟรี อัพโหลดรูปฟรี ฝากรูป เว็บฝากรูปฟรี อัพโหลดรูปฟรี พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง

ดูดวง หมอดู ดวงรายวัน ดูดวงฟรี เนื้อคู่ ไพ่ยิปซี หมอดูแม่นๆ ดูดวงวันเกิด ทำนายรัก ดวงสมพงษ์ ไพ่ทาโรต์ ดวงรายสัปดาห์

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พ่อทัศน์ กระยอม ปราชญ์ชาวบ้านผู้สำเร็จได้เพราะ 5 พระ  (อ่าน 1240 ครั้ง)
admin
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3090


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: มกราคม 21, 2010, 02:56:45 pm »


พ่อทัศน์ กระยอม ปราชญ์ชาวบ้านผู้สำเร็จได้เพราะ 5 พระ
     
     จากประสบการณ์เป็นบทเรียน พ่อทัศน์ กระยอม จึงเปลี่ยนความคิดตนเอง โดยยึดหลักธรรมะ หลักอิทธิบาท4 และหลักอัตตาหิ อัตตโน นาโถ "เลิกเชื่อคนอื่น หันมาเชื่อภูมิปัญญาชาวบ้าน"
ลงมือทำการเกษตรแบบผสมผสาน ขุดสระน้ำ ปลูกกล้วยเป็นหลัก ปลูกไม้ผล และเลี้ยงสัตว์ รู้จักออม "ไม่ประมาทว่าเงินน้อย ไม่คอยแต่วาสนา"

     ให้ถือหลัก 5 พระองค์ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระมหากษัตริย์ และ พยายาม

แนวคิด



     เสียคนเพราะเจ้านาย

     หลังจากเป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่ 5-6 เดือน มีเจ้านายจากอำเภอหลายคนเข้าไปตรวจเยี่ยมท้องที่ เจ้านายบอกให้หาเหล้ามาให้กิน และสั่งให้นั่งดื่มเป็นเพื่อนพ่อทัศน์ปฏิเสธอ้างเป็นหมอธรรมต้องรักษาศีล ดื่มเหล้าไม่ได้ เจ้านายบอกว่าไม่เป็นไร นิมนต์หมอในใจไปนั่งรอข้างวงเหล้าก่อน แล้วค่อยนิมนต์มาเข้าตัวใหม่ก็ได้ ความกลัวร่วมกับความไม่รู้ว่าเจ้านายจะว่าอย่างไรหรือจะมีอันตราย หรือเปล่าทั้งต่อตนเอง ครอบครัวและคนในชุมชนทำให้พ่อทัศน์ไม่กล้าขัดคำชักชวนของเจ้านายเริ่มดื่มเหล้าจนติด เสื่อมลงเรื่อย ๆ เสียผู้เสียคนจนชาวบ้านเรียกว่าผู้ใหญ่ขี้ เพราะติดเหล้า ไม่มีใครมาช่วยงานพ่อทัศน์อีกต่อไป

     ปี 2513 ในแผนพัฒนาประเทศ ฉบับที่ 3 และ 4 พ่อทัศน์ได้พาตนเอง ครอบครัว และชุมชน ไปสู่บ่วงกรรมของหนี้สิน ด้วยการกู้เงิน ธกส. การขาดข้อมูล ขากการคิดวิเคราะห์ และเกิดความโลภ ทำให้นำเงินกู้ ธกส. มาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายผิดวัตถุประสงค์ ทำให้จ่ายหนี้และดอกเบี้ยคืนไม่ได้ เป็นผลให้ลำบากมาก ยากจนข้นแค้น บางปีต้องไปขอทานข้าวมากิน

     นอกจากเจ้านายแล้ว ลูกยุของเพื่อน ๆ ทำให้ตัดสินใจผิดพลาดลงสมัครเป็นกำนัน 2 ครั้ง หมดนาไป 2-3 ทุ่ง ความล้มเหลวทำให้เป็นหนี้จึงไปทำไร่ข้าวโพดที่อื่น 2 ปี กลับมาอีกครั้งชาวบ้านพากันทำบัญชีหางว่าวเรียกร้องให้ผู้ใหญ่บ้านกลับมาอยู่ในบ้านของตนเอง เมื่อคิดทบทวนเรื่องทั้งหมดที่ผ่านมาเชื่อมโยงกันจึงคิดได้ว่าตนเองเสียคนเพราะคนอื่นไปเชื่อคนภายนอก ละเมิดศีลธรรม ตั้งแต่วันนั้นจึงหยุดดื่มเหล้า ตั้งอกตั้งใจทำงานช่วยเหลือประชาชน พาชุมชมรวมกลุ่ม และเรียนรู้ในการดำเนินกิจกรรมธนาคารข้าว ทำโอ่งน้ำ ทำส้วม ออมทรัพย์ เป็นต้น จนได้รับรางวัลผู้ใหญ่บ้านดีเด่น ได้รับการสนับสนุนให้ไปดูงานต่างประเทศ

     วิ่งตามเงิน เดินเข้ากองไฟ วิ่งตามธรรมะ เย็นฉ่ำชื่นใจ

     แผนพัฒนาประเทศตั้งแต่ฉบับที่ 1 ถึง 7 เอาเงินเป็นตัวตั้ง และประสบความสำเร็จในการหลอกล่อให้คนอยากได้เงินเร็ว ๆ มาก ๆ และง่าย ๆ พ่อแม่สมัยก่อนจะสอนให้ลูกหาอยู่หากิน เช้าขึ้นมาต้องไปไร่ไปนาหาผักหาปลา ทุกวันนี้สอนให้ไปหาเงิน ตื่นเช้าขึ้นมาจึงนั่งรถซื้อของที่เอามาขายในหมู่บ้าน อยากแต่จะไปกรุงเทพฯ ทิ้งลูกไว้กับตายาย คนที่อยู่บ้านก็ไม่ได้ตั้งใจอบรมสั่งสอน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของครูที่โรงเรียน พอลูกโตก็ให้ลูกไปเป็นกรรมการในเมือง วนเวียนกันอยู่แบบนี้ วิถีชีวิตแบบนี้ทำให้ครอบครัวแตกกระจาย ชุมชนล่มสลายลืมรากเหง้าทางวัฒนธรรมของตนเอง ละเมิดศีลธรรม และทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ

     ปี 2532 พ่อทัศน์ และครอบครัวจึงเริ่มออกมาอยู่นา เพราะอยู่บ้านถูกชวนออกไปทำเรื่องอื่นหมดเวลาไปวัน ๆ การไปอยู่นาทำให้มีเวลามากขึ้นในการเรียนรู้จากธรรมชาติ เริ่มขุดสระด้วยมือ เพื่อกักเก็บน้ำ ผ่านไป 2-3 เดือน เริ่มกักเก็บน้ำได้เมื่อมีน้ำจึงเริ่มปลูกกล้วย 30 กอ ค่อยเป็นค่อยไป เรียนรู้จนเข้าใจแล้วเริ่มปลูกต้นไม้ และเลี้ยงสัตว์ทุกชนิดที่กินได้ใช้ได้ แจกญาติพี่น้องได้ เหลือกินเหลือแจกก็ขายไปผสมผสานกัน ค่อย ๆ ถอยห่างออกจากพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าว ปอ มัน การวิ่งตามธรรมะ หรือธรรมชาติทำให้เกิดปัญหาและความสุขอย่างมาก

     พ่อ ทัศน์ กระยอม ได้ทดลองปลูกกล้วยจนมั่นใจ และฟันธงวิเคราะห์ให้ฟังถึงผลดีด้านเศรษฐกิจว่า ลองปลูกกล้วยระยะห่าง 4 เมตร 1 ไร่ จะปลูกกล้วยได้ถึง 100 กอ พอเข้าปีที่ 2 กล้วย 1 กอ จะออกเครือได้อย่างน้อย 3 เครือ ไร่หนึ่ง ๆ จะมีกล้วยไม่น้อยกว่า 5 หวี ก็จะได้กล้วยไร่ละไม่น้อยกว่า 1,500 หวี หากขายได้หวีละ 5 บาท ก็จะได้เนื้อกล้วยถึงไร่ละ 7,500 บาท ซึ่งยังไม่รวมใบกล้วย ปลีกล้วย และหน่อกล้วย อย่างไรก็ตามหากปลูกกล้วยทั่วประเทศอย่างเดียวจำนวนมาก ๆ ก็จะเกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาดอีก จึงต้องเสริม ขิง ข่า ตะไคร้ และพืชผักผลไม้ระยะสั้น ๆ รอบต้นกล้วยนับร้อยนับพันชนิด รวมทั้งระหว่างกล้วยแต่ละต้นหาไม้ยืนต้นที่หลากหลายทั้งผัก เช่น ขี้เหล็ก สะเดา ผักติ้ว ไม้ยืนต้นที่เป็นผลไม้ เช่น กะท้อน ขนุน มะขาม และไม้ยืนต้นที่เป็นไม้ใช้สอย เช่น ประดู่ มาคร่า แดง จิก กุง เป็นต้น สลับกันจะได้กล้วย 100 ต้น และต้นไม้ใหญ่ถึง 100 ต้นต่อไร่

     เมื่อต้นไม้ยืนต้นโตขึ้นก็สามารถย้ายกล้วยไปปลูกที่อื่นการทำเช่นนี้นอกจาก ป้องกันโรคได้แล้ว ยังช่วยให้ได้ผลผลิตระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว ไม่ต้องลงทุนเพาะพันธุ์กล้วย พันธุ์ต้นไม้ยืนต้นก็มีอยู่แล้วในพื้นที่ สามารถเอาหน่อ เอาเมล็ดพันธุ์จากไม้ยืนต้นที่แม่พันธุ์สวยและแข็งแรงมาเพาะกล้าไม้ไปปลูก ทำให้ไม่เสียเงินซื้อพันธุ์ไม้ เหลือขายก็ใช้วิธีเอาพันธุ์ดีมาต่อกิ่งหรือติดตาหรือเปลี่ยนยอดกับต้นตอ ในที่สุดก็ได้ผลผลิตพันธุ์ดีไว้รับประทาน เหลือขายรวมทั้งได้เนื้อไม้เป็นบำนาญชีวิตในระยะยาว
บันทึกการเข้า



|พระเครื่อง|เครื่องรางของขลัง|ตลาดพระ|ตลาดพระเครื่อง|พระเครื่องออนไลน์|ประมูลพระเครื่อง|ประมูลพระ|วัตถุมงคล|พระเครื่อง |เครื่องรางของขลัง|ผี|ชมรมถ่ายภาพ|
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF

|กุมารทอง | เว็บพระเครื่อง | เว็บบอร์ดพระเครื่อง | เว็บธรรมะ | ตลาดพระ | ตลาดพระเครื่อง | ศูนย์พระเครื่อง | ร้านค้าพระเครื่อง | ฝากรูป | พระเครื่อง | เครื่องรางของขลัง Valid XHTML 1.0! Valid CSS!