เว็บ-บอร์ด พระเครื่อง เว็บ พระพุทธศาสนา ธรรมะ พระ amulet buddha
พฤษภาคม 22, 2012, 04:34:22 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: SMF - Just Installed!
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง ฝากรูป เว็บฝากรูปฟรี อัพโหลดรูปฟรี ฝากรูป เว็บฝากรูปฟรี อัพโหลดรูปฟรี พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง

ดูดวง หมอดู ดวงรายวัน ดูดวงฟรี เนื้อคู่ ไพ่ยิปซี หมอดูแม่นๆ ดูดวงวันเกิด ทำนายรัก ดวงสมพงษ์ ไพ่ทาโรต์ ดวงรายสัปดาห์

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติ อาถรรพ์กรุวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา  (อ่าน 462 ครั้ง)
admin
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3089


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: มกราคม 31, 2012, 02:01:11 am »


ประวัติ อาถรรพ์กรุวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา

กรุวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา นับเป็นกรุเก่าแก่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกรุหนึ่งของไทย มีการขุดค้นพบสมบัติล้ำค่าต่างๆ มากมาย ซึ่งล้วนทรงคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปกรรมการช่างในสมัยโบราณ รวมถึงด้านพุทธศิลปะ จัดเป็นกรุเก่าที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชัดเจน ซึ่งผูกพันกับเหตุการณ์ เมื่อครั้งสมเด็จพระนครินทราชา หรือเจ้านครอินทร์ฯ ซึ่งครองราชย์ในช่วงปี พ.ศ.1952-1967 โปรดให้พระโอรส เจ้าอ้ายพระยา ครองเมืองสุพรรณบุรี เจ้ายี่พระยา ครองเมืองแพรกศรีราชา (เมืองสรรค์) และเจ้าสามพระยา ครองเมืองชัยนาท ปรากฏในพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ ความว่า

"...ศักราช 786 (พ.ศ.1967) มะโรงศก สมเด็จพระนครินทราชาเจ้าทรงพระประชวรนฤพาน ครั้งนั้นเจ้าอ้ายพระญาแลเจ้าญี่พระญาพระราชกุมารท่านชนช้างด้วยกัน ณ สพานป่าถ่าน เถิงพิราไลยทั้ง 2 พระองค์ที่นั้น เจ้าสามพระญาได้เสวยราชสมบัติพระนครศรี อยุธยา ทรงพระนามสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า แลท่านจึงก่อพระเจดีย์สองพระองค์สวมที่เจ้าพระญาอ้ายแลเจ้าพระญาญี่ชนช้างด้วยกันถึงอนิจภาพ ตำบลป่าถ่านนั้น ใน ศักราชนั้นสถาปนาวัดราชบุณ...'

จับความตามพระราชพงศาวดารแล้วสรุปได้ว่า เมื่อสมเด็จเจ้าสามพระยาถวายพระเพลิงเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยาแล้ว ได้สถาปนาวัดราชบูรณะและสร้างถาวรวัตถุขึ้นครอบสถานที่ถวายพระเพลิง พร้อมกับนำเครื่องราชูปโภคและโบราณวัตถุต่างๆ บรรจุเข้าไว้เป็นเครื่องสักการะพระเชษฐาธิราชเป็นจำนวนมาก

ราวปี พ.ศ.2499 ขณะที่กรมศิลปากรกำลังบูรณะวัดราชบูรณะ มีคนร้ายลักลอบเข้าไปขุดกรุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามคืนได้จำนวนมากมีการรวบรวมของมีค่าในกรุ ทำบัญชีไว้ รวมแล้วเฉพาะทองคำน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 100 ก.ก. พลอยหัวแหวน ทับทิม หนัก 1,800 กรัม แก้วผลึกชนิดต่างๆ 1,050 กรัม ลูกปัดเงินกับทับทิมปนกัน หนัก 250 กรัม ส่วนพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ มีอยู่หลายสิบองค์ มีพระดุนทอง ดุนเงินถึงสองกระสอบข้าวสาร ส่วนพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ พระพิมพ์เนื้อชิน เครื่องสังคโลก เครื่องเคลือบดินเผา มีมากจำนวนนับไม่ถ้วน บางส่วนจึงนำออกจำหน่ายหาทุนสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา

ต่อมามีข่าวพบพระมาลาทองคำโบราณของพระมหากษัตริย์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา ถูกนำไปแสดงในพิพิธภัณฑ์อาเซียนอาร์ตมิวเซียม ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากกรุวัดราชบูรณะนี่เอง

การลักลอบขุดกรุแม้จะได้ข้าวของไปมาก แต่ก็ยังเหลืออยู่อีกจำนวนมาก เนื่องจากใต้องค์พระปรางค์ประธานทำเป็นห้องอุโมงค์ใต้ดินแบ่งเป็นหลายห้อง นับได้ทั้งหมด 7 ห้องหรือ 7 กรุ ทางกรมศิลปากรจึง "เปิดกรุ" อย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน พ.ศ.2500 มีการจัดทำรายงานระบุไว้ความว่า

...เมื่อเดือนกันยา ยน พ.ศ.2500 ได้มีเหตุบังเอิญให้ได้ค้นสมบัติโบราณครั้งใหญ่ขึ้นที่จังหวัดพระนครศรี อยุธยา กล่าวคือได้ค้นพบเครื่องทองคำราชู ปโภค พระพุทธรูป พระสถูปทองคำ และพระพิมพ์ ที่บรรจุไว้ในคูหาภายในองค์พระปรางค์องค์ใหญ่ในวัดราชบูรณะเป็นอันมาก นอกจากได้พบสมบัติโบราณอันล้ำค่าเหล่านั้นแล้ว ยังมีสิ่งที่มีค่าทางศิลปะเป็นอย่างยิ่งอีกส่วนหนึ่ง คือที่ผนังคูหาบรรจุเครื่องทองคำราชูปโภคนั้น มีภาพเขียนสีอย่างงดงามไว้เต็มทุกด้าน กรมศิลปากรจึงได้เสนอเรื่องต่อรัฐบาลชุดพลเอกถนอม กิตติขจร ของบประมาณสร้างอุโมงค์ และทำบันไดลงไปสู่ห้องภาพเขียน เพื่อเปิดให้นักศึกษาและประชาชนเข้าชมและศึกษาหาความรู้ต่อไป ซึ่งก็ได้รับความกรุณาจากรัฐบาล โดยอนุมัติงบประมาณให้ตามที่เสนอ

ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล ทรงสรุปเกี่ยวกับพระพุทธรูปและพระพิมพ์ต่างๆ ไว้ว่า มีทั้ง พระพุทธรูป พระโพธิสัตว์แบบปาละ อินเดียภาคใต้รุ่นหลัง ลังการุ่นหลัง ชวา พม่า พระพุทธรูปทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย อู่ทอง จนถึงอยุธยา ที่สำคัญก็มีพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางลีลาและพระพุทธรูปองค์เล็กๆ ทำด้วยศิลาจำนวนหนึ่ง

ส่วนพระพิมพ์เป็นแบบปาละของอินเดีย และแบบทวารวดี ลพบุรี อยุธยา ซึ่งมีทั้งอยุธยาแท้และเลียนแบบสุโขทัย รูปพระสาวกเดี่ยว ได้แก่ พระสังกัจจายน์ ท้าวเวสสุวัณ รวมทั้งวัตถุล้ำค่าอื่นๆ เช่น จารึกอักษรขอมบนลานดีบุกเรื่องคำนมัสการพระบรมสารีริกธาตุและพระธรรม, เครื่องเชี่ยนหมากทำด้วยโลหะ, คันฉ่องโลหะฝีมือช่างจีน ฯลฯ ซึ่งทำให้เราได้ทราบถึงศิลปะอยุธยาในต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ได้เป็นอย่างดี

บรรดาพระพุทธรูปและพระพิมพ์ที่ค้นพบทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่เป็นเนื้อชินเงิน มีมากกว่า 400 พิมพ์

นอกเหนือจากเป็นการสืบสานอายุของพระพุทธศาสนาแล้ว ต้องนับว่า "กรุวัดราชบูรณะ" นี้ เป็นกรุโบราณที่มีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างยิ่งทั้งทางโบราณคดี ทางประวัติ ศาสตร์ ปัจจุบันจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ครับผม

คอลัมน์ พระกรุ พันธุ์แท้พระเครื่อง
โดย ราม วัชรประดิษฐ์
บันทึกการเข้า



|พระเครื่อง|เครื่องรางของขลัง|ตลาดพระ|ตลาดพระเครื่อง|พระเครื่องออนไลน์|ประมูลพระเครื่อง|ประมูลพระ|วัตถุมงคล|พระเครื่อง |เครื่องรางของขลัง|ผี|ชมรมถ่ายภาพ|
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF

|กุมารทอง | เว็บพระเครื่อง | เว็บบอร์ดพระเครื่อง | เว็บธรรมะ | ตลาดพระ | ตลาดพระเครื่อง | ศูนย์พระเครื่อง | ร้านค้าพระเครื่อง | ฝากรูป | พระเครื่อง | เครื่องรางของขลัง Valid XHTML 1.0! Valid CSS!