เว็บ-บอร์ด พระเครื่อง เว็บ พระพุทธศาสนา ธรรมะ พระ amulet buddha
พฤษภาคม 22, 2012, 04:33:58 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: SMF - Just Installed!
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง ฝากรูป เว็บฝากรูปฟรี อัพโหลดรูปฟรี ฝากรูป เว็บฝากรูปฟรี อัพโหลดรูปฟรี พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง

ดูดวง หมอดู ดวงรายวัน ดูดวงฟรี เนื้อคู่ ไพ่ยิปซี หมอดูแม่นๆ ดูดวงวันเกิด ทำนายรัก ดวงสมพงษ์ ไพ่ทาโรต์ ดวงรายสัปดาห์

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติ หลวงพ่อสุรินทร์ สันตจิตโต วัดลาดบัวขาว จ.ราชบุรี  (อ่าน 344 ครั้ง)
admin
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3089


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: เมษายน 17, 2011, 02:45:48 am »


ประวัติ หลวงพ่อสุรินทร์ สันตจิตโต วัดลาดบัวขาว จ.ราชบุรี

"พระอาจารย์สุรินทร์ สันตจิตโต" หรือที่ชาวบ้านเรียกขานว่า "หลวงพ่อสุรินทร์" ในแถบจังหวัดภาคกลางย่านจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และนครปฐม ต่างเลื่อมใสศรัทธา และเชื่อในความเข้มขลังแห่งพระเครื่อง วัตถุมงคลของท่าน

อัต โนประวัติ ท่านเกิดในสกุล นาคฤทธิ์ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2457 ที่บ้านตำบลท่าเสา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี มีชื่อเล่นว่า "จุก" แต่ญาติผู้ใหญ่ชอบเรียกว่า "อ้ายจุก" สาเหตุที่เรียกจุกนั้น เพราะสมัยเด็กไว้จุก

เมื่อเจริญวัยพอสมควร มารดาของท่านได้ส่งไปเรียนอยู่ที่สำนักวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ โดยอาศัยกับพระภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลวงลุง ในปลายสมัยสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ด้วยความฉลาดปราดเปรื่องของท่านในวัยเยาว์ ทำให้ต้องพระทัยของสมเด็จฯ ต่อมาไม่นานมีรับสั่งให้เป็นมหาดเล็ก (ลูกศิษย์สมเด็จฯ) โดยมีเบี้ยรางวัลเดือนละ 3 บาท ในสมัยนั้น

สมัยเป็นมหาดเล็ก ท่านเล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า "เวลานอนกลางคืน สมเด็จฯ ท่านรับสั่งให้นอนใต้แท่นบรรทมของสมเด็จฯ แต่นอนได้ไม่ตลอดคืน คือนอนได้ตั้งแต่หัวค่ำถึง 05.00 น. ของวันใหม่ก็ต้องออกไปนอนข้างนอกวิสูตร(มุ้ง) ของสมเด็จฯ ด้วยพอถึง 05.00 น. เป็นเวลาบรรทมของสมเด็จฯ ถึงเวลานี้ก็ต้องถูกปลุกให้ไปนอนข้างนอก ทุกๆ วัน"

อายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดรางวาลย์ อ.บ้าน โป่ง จ.ราชบุรี มี เจ้าอธิการชื่น เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการสิน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระหนุน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา "สันตจิตโต"

เมื่ออุปสมบทแล้ว ได้ศึกษาพระธรรมวินัยจนสอบได้นักธรรมชั้นโท

นอกจากนี้ ยังศึกษาทางด้านวิทยาคม โหราศาสตร์ แพทย์แผนปัจจุบันและแผนโบราณ จนมีความเชี่ยวชาญนำความรู้มาช่วยสงเคราะห์ชาวบ้านจนเป็นที่เคารพศรัทธา อย่างมาก

เมื่ออุปสมบทพอมีพรรษาและความรู้พอสมควร ได้รับอาราธนามาเป็นพระครูปริยัติที่วัดโกสินารายณ์ และจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ระยะหนึ่ง ต่อมาได้รับอาราธนามาเป็นเจ้าอาวาสวัดลาดบัวขาว ซึ่งสมัยนั้นเรียกว่า "วัดท่าวัว" ซึ่งเป็นวัดที่ยังไม่เจริญ ตั้งแต่สร้างมาก็ยังไม่มีเจ้าอาวาสเลย มีแต่ผู้รักษาการเจ้าอาวาสสมัยหนึ่งๆ เท่านั้น

เมื่อดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสพอสมควร ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลลาดบัวขาว และได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาอีกจนได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นตรีในราชทินนาม "พระครูวิจิตร สารคุณ"

เมื่อท่านได้รับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสวัดลาดบัวขาว ได้เปิดสอนปริยัติธรรม แผนกธรรม และได้ให้การร่วมมือกับทางราชการ โดยการให้ใช้ศาลาการเปรียญและที่ดินของวัดให้ที่เรียนของเด็กๆ และเป็นที่ตั้งโรงเรียนประชาบาลจนทุกวันนี้

หลังจากนั้นได้เริ่ม สร้างอุโบสถ สร้างกุฏิ ซึ่งเป็นอาคารตึกชั้นเดียว 4หลัง (ปัจจุบันเหลือ 3 หลัง) สร้างบ้านพักเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สร้างศาลาการเปรียญ แต่ยังไม่เสร็จท่านก็มรณภาพ คณะศิษย์และคณะกรรมการวัดได้ช่วยกันสร้างต่อจนสำเร็จ

ท่านได้เทศน์ สั่งสอนชาวบ้านและชาววัดใกล้เคียงจนเป็นที่เลื่องลือ เป็นที่เลื่อมใสของประชาชนใกล้เคียงทั่วไป แม้ขณะที่ท่านกำลังป่วยอยู่ยังไปเทศน์อบรมสั่งสอนจนใกล้มรณภาพ คือก่อนหน้าที่ท่านจะมรณะสองสามวันยังไปเทศน์อบรมประชา ชน โดยที่อาการเจ็บป่วยไม่ได้ทำให้ท่านท้อถอยแม้แต่น้อย

พระครูวิจิตรสารคุณ ได้มาพัฒนาให้วัดนี้เจริญเป็นวัดที่สมบูรณ์แบบ มีอุโบสถ กุฏิ ศาลา ซึ่งใช้ในการบำเพ็ญศาสนกิจ ในพุทธศาสนาในถิ่นนี้ครบแทบทุกอย่าง จนกระทั่งตัวท่านเองป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ขากรรไกร ขณะที่ท่านป่วยอยู่นั้น ท่านที่เคารพและศิษย์ยานุศิษย์จะพาท่านไปให้แพทย์รักษา ท่านก็บอกว่า "จะขอสร้างศาลาให้เสร็จเสียก่อน แล้วจึงจะไป" คำพูดของท่านประโยคนี้ เป็นที่ซาบซึ้งแก่บรรดาผู้ที่เคารพและบรรดาศิษย์ยานุศิษย์เป็นอันมาก

วัตถุมงคลที่ หลวงพ่อสุรินทร์ สร้างไว้ อาทิ พระสมเด็จรุ่นแรก สร้างประมาณปี 2492, รูปหล่อขนาดบูชา แต่ที่ได้รับความนิยมจนถึงทุกวันนี้ คือ "เหรียญหมูตาม-หมูขวาง" สร้างปี 2512 ซึ่งเป็นเหรียญรุ่นแรกรุ่นเดียวของท่าน และมีประสบการณ์มากมาย


* budd1998.jpg (13.59 KB, 360x270 - ดู 39 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า



|พระเครื่อง|เครื่องรางของขลัง|ตลาดพระ|ตลาดพระเครื่อง|พระเครื่องออนไลน์|ประมูลพระเครื่อง|ประมูลพระ|วัตถุมงคล|พระเครื่อง |เครื่องรางของขลัง|ผี|ชมรมถ่ายภาพ|
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF

|กุมารทอง | เว็บพระเครื่อง | เว็บบอร์ดพระเครื่อง | เว็บธรรมะ | ตลาดพระ | ตลาดพระเครื่อง | ศูนย์พระเครื่อง | ร้านค้าพระเครื่อง | ฝากรูป | พระเครื่อง | เครื่องรางของขลัง Valid XHTML 1.0! Valid CSS!