เว็บ-บอร์ด พระเครื่อง เว็บ พระพุทธศาสนา ธรรมะ พระ amulet buddha
พฤษภาคม 18, 2012, 12:00:24 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: SMF - Just Installed!
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง ฝากรูป เว็บฝากรูปฟรี อัพโหลดรูปฟรี ฝากรูป เว็บฝากรูปฟรี อัพโหลดรูปฟรี พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง

ดูดวง หมอดู ดวงรายวัน ดูดวงฟรี เนื้อคู่ ไพ่ยิปซี หมอดูแม่นๆ ดูดวงวันเกิด ทำนายรัก ดวงสมพงษ์ ไพ่ทาโรต์ ดวงรายสัปดาห์

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ฐิตินาถ ปัดขัดผลประโยชน์พระปราโมทย์ เตรียมบินนอกอ้างถูกขู่  (อ่าน 720 ครั้ง)
admin
Administrator
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3086


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2011, 05:20:39 am »


ฐิตินาถ ปัดขัดผลประโยชน์พระปราโมทย์ เตรียมบินนอกอ้างถูกขู่

"ฐิตินาถ" นักเขียนดัง อดีตศิษย์ใกล้ชิด "พระปราโมทย์" ออก "เจาะใจ" เผยเป็นไปตามคาด หลังดีเอสไอภาคตะวันออกตรวจพบเงินในบัญชีงอกอีก40ล้านบาท วอนสังคมช่วยตรวจสอบไม่อยากให้เกิด "แชร์นิพพาน" เตรียมบินนอก อ้างทนการข่มขู่ไม่ไหว...

หลังจากเมื่อวันที่ 27 ก.ย. นายวีรณัฐ โรจนประภา ประธานมูลนิธิบ้านอารีย์ อดีตคณะกรรมการสวนสันติธรรม ยังข้องใจร้องเรียนถึงความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการโอนเงินบริจาคจำนวน 100 ล้านบาท เข้าบัญชีนางอรนุช สันตยากร อดีตภรรยาของพระปราโมทย์ ที่บวชเป็นแม่ชีอยู่ที่เดียวกัน และยังแพร่คำสอนเชิงอวดอุตริ แต่ด้านสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติระบุไม่พบสิ่งผิดปกติ เดินหน้าเตรียมเปิดแถลงโชว์หลักฐานเด็ด ก่อนรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งเจ้าคณะจังหวัดชลบุรีพิจารณา ขณะที่นายอำเภอศรีราชา ในฐานะกรรมการสอบข้อเท็จจริงประชุมสรุปผลสอบไม่พบ สิ่งผิดปกติเช่นกันนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 12 ต.ค. น.ส.ฐิตินาถ ณ พัทลุง นักเขียนชื่อดัง อดีตลูกศิษย์พระปราโมทย์ ปราโมชโช เจ้าสำนักสวนสันติธรรม หมู่ 6 บ้านโค้งดารา ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เดินทางมาบันทึกเทปรายการเจาะใจ กรณีพระปราโมทย์ ที่สตูดิโอ บริษัท เจเอสแอล จำกัด ซ.ลาดพร้าว 107 โดยมีนายสัญญา คุณากร และนายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ เป็นพิธีกร หลังจากบันทึกเทปเสร็จสิ้น น.ส.ฐิตินาถ เปิดเผยถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ภาคตะวันออก ตรวจพบบัญชีของสวนสันติธรรมมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมาอีก 40 ล้านบาท จากที่เคยแจ้งไว้ว่า มีเพียง 21 ล้านบาทว่า เป็นไปตามคาด ตอนแรกที่ดีเอสไอเรียกตนไปสอบสวนได้ให้ข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า แม่ชีอรนุชยังมีบัญชีอีก ปัญหาก็คือสวนสันติธรรมก็จะอ้างว่า เงินส่วนนี้เป็นของส่วนตัวก็เลยยังไม่ได้แจ้ง หรืออาจจะอ้างว่าลืมแจ้งก็ได้ เป็นความบกพร่องโดยสุจริต

อดีตลูกศิษย์ใกล้ชิดพระปราโมทย์ กล่าวว่า สิ่งที่อยากจะบอกสังคมไทยก็คือ วันนี้ทุกคนรู้ว่าพระปราโมทย์บวชเพียงไม่กี่ปี แต่กลับมีทรัพย์สินรวมทั้งที่ดินสิ่งปลูกสร้างกว่าร้อยล้านบาท ถ้าวันนี้หากมีชายไทยไปบวชแล้วชวนภรรยาไปบวชด้วยกัน บอกคนทั่วไปว่าเป็นพระอรหันต์ ซึ่งตนไม่เจาะจงว่าเป็นใคร สามารถทักจิตทายใจคนได้ทำเหมือนเป็นระบบแชร์นิพพานที่คนมาสอนแล้วได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน หากเป็นเช่นนี้สังคมไทยจะมีระบบตรวจสอบอย่างไร หรือหากตรวจพบแล้วแกล้งบอกว่า เงินที่พบนำมาคืนแล้ว หรือเงินเหล่านี้เป็นของส่วนตัว เราจะดูแลเรื่องนี้กันอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ น.ส.ฐิตินาถ ออกมาเคลื่อนไหวเพราะขัดผลประโยชน์กับสวนสันติธรรมใช่หรือไม่ น.ส.ฐิตินาถ กล่าวว่า ช่วงที่อยู่สวนสันติธรรมตนไม่มีรายได้อื่นนอกจากเขียนหนังสือเข็มทิศชีวิต แล้วบริษัทหนังสือโอนเงินให้ใช้จ่าย ช่วงที่อยู่กับแม่ชีอรนุชที่ย้ายไปสวนสันติธรรมเมื่อเดือน มี.ค. 2549 จนถึงวันที่ตนออกมาเมื่อต้นปี 2550 ตนไม่มีรายได้อะไรที่เกี่ยวข้องกับสวนสันติธรรมเลย ถ้ามองว่ามีผลประโยชน์ก็จะต้องพยายามรักษาพระปราโมทย์ไว้ ตัวเองจะได้มีผลประโยชน์อย่างต่อเนื่อง แต่ที่ออกมาพูดก็นึกถึงทุกวันนี้ที่ชีวิตตนรอดมาได้เพราะได้ใช้ธรรมะกับพุทธศาสนา ถ้าเราไม่ช่วยรักษาเอาไว้จะเป็นอย่างไร พระปราโมทย์จะถูกหรือผิดตนไม่รู้ แต่เรื่องนี้สังคมจะต้องตอบคำถามว่า เราจะรักษาพระพุทธศาสนาให้กับลูกหลานไว้ได้อย่างไร ตนออกมาพูดเรื่องนี้ถูกต่อว่าตลอด ถามว่าผู้หญิงคนเดียวกับคนที่มีคนเชื่อถือเป็นแสนๆ คน เราไม่อยากสู้อยู่แล้ว มีความกลัวเป็นธรรมดา แต่พอถึงวันหนึ่งที่เราพบว่า มันเป็นหน้าที่ของเรา ถ้าคนๆ หนึ่งไม่ทำหน้าที่ที่ควร จะทำเพียงเพราะกลัวคนจะมาด่าทอใส่ร้าย ประเทศไทยจะเหลืออะไร

น.ส.ฐิตินาถ กล่าวอีกว่า จริงๆ แล้วประเด็นสำคัญมันอยู่ที่เงินที่เคยบริจาคให้ก่อตั้งวัด 1 ล้านบาทมันหายไป ถูกบริจาคก่อนที่จะเปิดเป็นบัญชีสวนสันติธรรม ตอนแรกเข้าใจว่าท่านจะนำมาใส่ในบัญชีสวนสันติธรรม แต่มันไม่ปรากฏจึงเกิดความสงสัย ได้ยื่นคำถามไป 3 เรื่องคือ เรื่องหุ้นกัน เรื่องการเดินไฟเข้าสวนสันติธรรม และบ้านของตนที่อยู่ใกล้กัน แล้วท่านมาตัดไฟบ้านตนแล้วเทศน์บอกลูกศิษย์ว่าตนไปพ่วงไฟวัดใช้ ทนายของสวนสันติธรรมก็ออกมายอมรับแล้วว่า หุ้นกันจริงๆ เรื่องที่ดินที่ถูกกล่าวหาว่า ตนไปเอาที่ดินวัดไป ซึ่งทนายก็ยอมรับว่าไม่เป็นความจริง พอถึงวันนี้ดีเอสไอตรวจพบเงินที่ซุกซ่อนในบัญชีเพิ่มขึ้นอีก 40 ล้านมันชัดเจนอยู่แล้ว หลังจากนี้จะเดินทางไปต่างประเทศ เพราะทนต่อการถูกข่มขู่ไม่ไหว.
บันทึกการเข้า



|พระเครื่อง|เครื่องรางของขลัง|ตลาดพระ|ตลาดพระเครื่อง|พระเครื่องออนไลน์|ประมูลพระเครื่อง|ประมูลพระ|วัตถุมงคล|พระเครื่อง |เครื่องรางของขลัง|ผี|ชมรมถ่ายภาพ|
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF

|กุมารทอง | เว็บพระเครื่อง | เว็บบอร์ดพระเครื่อง | เว็บธรรมะ | ตลาดพระ | ตลาดพระเครื่อง | ศูนย์พระเครื่อง | ร้านค้าพระเครื่อง | ฝากรูป | พระเครื่อง | เครื่องรางของขลัง Valid XHTML 1.0! Valid CSS!