เว็บ-บอร์ด พระเครื่อง เว็บ พระพุทธศาสนา ธรรมะ พระ amulet buddha
กุมภาพันธ์ 04, 2012, 04:30:10 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: SMF - Just Installed!
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง ฝากรูป เว็บฝากรูปฟรี อัพโหลดรูปฟรี ฝากรูป เว็บฝากรูปฟรี อัพโหลดรูปฟรี พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง

ดูดวง หมอดู ดวงรายวัน ดูดวงฟรี เนื้อคู่ ไพ่ยิปซี หมอดูแม่นๆ ดูดวงวันเกิด ทำนายรัก ดวงสมพงษ์ ไพ่ทาโรต์ ดวงรายสัปดาห์

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การฝึกเพ่งเรียกนิมิตกสิณ  (อ่าน 1252 ครั้ง)
admin
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2762


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: มิถุนายน 09, 2010, 01:42:54 pm »


การฝึกเพ่งเรียกนิมิตกสิณ

กสิณคือการจดจำภาพวัตถุใดๆ ที่เราเลือกมาเป็นต้นแบบให้ได้ทั้งหมด แต่การที่จะสามารถจดจำภาพนิมิตได้อย่างละเอียดนั้น จำต้องอาศัยความพยายามในการเพ่งเป็นอย่างมาก กว่าที่จะสร้างให้เกิดเป็นภาพนิมิตติดตาติดใจ ชนิดที่ว่าหลับตาก็เห็น ลืมตาก็เห็น ซึ่งหมายถึงการสำเร็จนิมิตกสิณ

ในการที่จิตจะจดจำภาพนิมิตอันเป็นรูปแบบหยาบให้ได้ ผู้ปฏิบัติจำเป็นต้องใช้การเพ่งมองวัตถุด้วยตาเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากภาพนิมิตไม่อาจกำหนดสร้างให้บังเกิดขึ้นได้ด้วยการ จินตนาการหรือการนึกคิดเอา

หลายคนที่ฝึกการเพ่งกสิณแล้วไม่ประสบผลสำเร็จในการสร้างภาพนิมิตล้วนมี สาเหตุมาจากการให้เวลากับการเพ่งมองวัตถุต้นแบบน้อยเกินไป ซึ่งถ้าผู้ปฏิบัติเพ่งมองวัตถุต้นแบบในเวลาไม่นานพอที่จิตจะรับเอากรรมฐาน กองนี้ไปทำเอง จิตก็ย่อมไม่อาจที่จะจดจำภาพนิมิตกสิณได้

นอกจากนี้ วัตถุต้นแบบที่จะเลือกนำมาใช้เพ่งก็นับเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญต่อ การเพ่งกสิณ ด้วยเพราะวัตถุแต่ละชนิดล้วนมีความแตกต่างกันไป ดังนั้นขีดความสามารถในการที่จิตจะจดจำภาพเอาไว้และแปรสัญญาณภาพให้กลายไป เป็นภาพนิมิต ที่ปรากฏขึ้นภายในจอจิตก็ย่อมมีความแตกต่างกันไปด้วย เช่น ผู้ปฏิบัติบางคนอาจสามารถเรียกนิมิตในการเพ่งดินได้ดีกว่าการเพ่งน้ำหรือการ เพ่งอากาศ เป็นต้น

เมื่อเป็นเช่นนั้นก็หมายความว่าการที่ผู้ปฏิบัติตัดสินใจเลือกที่จะเพ่งกสิณ น้ำกับการเลือกเพ่งกสิณไฟจึงมีความหมายที่แตกต่างกันในการปฏิบัติเป็นอย่าง มาก ทั้งนี้ เพราะผู้ที่มีจริตภายในจิตใจที่แตกต่างกันย่อมต้องใช้อุบายการเพ่งกสิณที่ แตกต่างกัน ซึ่งหากผู้ปฏิบัติตัดสินใจเลือกการเพ่งผิด นอกจากจะส่งผลให้การเพ่งกสิณไม่ประสบความสำเร็จแล้ว อาจยังจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ตัวผู้ฝึกเพ่งกสิณเองอีกด้วย

ดังนั้น การที่ผู้ปฏิบัติจะฝึกเพ่งได้ประสบผลสำเร็จหรือไม่ จึงต้องขึ้นอยู่กับจริตของผู้ฝึกเพ่งกสิณด้วย ซึ่งก่อนที่ผู้ปฏิบัติจะตัดสินใจว่าจะเลือกเพ่งกสิณชนิดใด ทางที่ดีควรอาศัยการพิจารณาของครูบาอาจารย์ว่าท่านจะมอบกสิณชนิดใดให้เรานำ มาปฏิบัติ

เพราะครูบาอาจารย์ท่านเป็นผู้รู้และมีประสบการณ์ในการเพ่งกสิณมานาน ท่านย่อมสามารถมองเห็นและพิจารณาได้เป็นอย่างดี เพื่อที่ผู้ฝึกเพ่งกสิณจะได้ก้าวหน้าในการปฏิบัติสมาธิภาวนาอบรมจิตด้วย อุบายการเพ่งกสิณ

แต่ทว่าในกรณีของผู้ปฏิบัติมีความชื่นชอบในการเพ่งกสิณไฟ ที่ต้องการทดสอบพลังจิตของตนว่ามีการพัฒนาหรือไม่อย่างไร ก็สามารถกระทำได้ด้วยการเรียกนิมิตกสิณไฟให้ปรากฏทั้งในยามที่หลับตาทำสมาธิ และการลืมตาทำสมาธิ ซึ่งผู้ที่สำเร็จวิชากสิณไฟและสามารถเรียกภาพนิมิตกสิณไฟให้ปรากฏได้นั้น

ย่อมจะสามารถเห็นภาพนิมิตกสิณไฟได้ทั้งในขณะที่ลืมตาทำสมาธิและหลับตาทำ สมาธิ

การฝึกเรียกนิมิตกสิณในขณะลืมตา สามารถทำได้โดยให้ฝึกเพ่งมองไปยังผนังที่มีสีขาวแล้วกำหนดจิตให้เป็นสมาธิ จากนั้นจึงกำหนดเรียกภาพกสิณนิมิตไฟให้ปรากฏขึ้นที่ผนัง ซึ่งจะปรากฏเป็นภาพดวงนิมิตกสิณวงกลมสีเหลืองอ่อนคล้ายพระจันทร์ แต่หากสมาธิมีพลังสูงขึ้นภาพนิมิตกสิณนั้นจะมีขนาดเล็กลงและมีสีเข้มขึ้น เรื่อยๆ

กรณีที่ผู้ปฏิบัติมีพลังจิตสูง ภาพกสิณนิมิตที่ปรากฏจะมีสีเข้มมาก จากสีเหลืองจะเข้มขึ้นจนกลายเป็นสีแดงเข้ม และเป็นสีน้ำเงินเข้มในที่สุด

เมื่อดวงกสิณนิมิตมีสีน้ำเงินเข้มและมีขนาดเล็กลงมากที่สุดจะเกิดความร้อนใน บริเวณที่เราเพ่งกำหนดมองไป ความร้อนที่เกิดขึ้นนี้สามารถปรากฏได้ทั้งในมิติแห่งโลกธาตุที่เราอาศัยอยู่ และในมิติแห่งโลกวิญญาณ ด้วยเหตุนี้จึงเรียกพลังอำนาจของความร้อนที่ได้รับนี้ว่า "พลังแห่งกสิณไฟ"

หลังจากที่ผู้ปฏิบัติทำการฝึกเพ่งเรียกนิมิตกสิณให้ปรากฏบนผนังที่มีสีอ่อน หรือสีขาวได้จนเป็นที่ชำนิชำนาญดีแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเรียกภาพนิมิตกสิณไฟให้ปรากฏเฉพาะบนพื้นผนังสีขาวอีกต่อไป คราวนี้ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนๆ ก็ย่อมจะสามารถเรียกภาพนิมิตกสิณไฟให้ปรากฏเป็นภาพซ้อนตัวขึ้นมาได้ อีกทั้งยังสามารถใช้พลังอำนาจจิตบีบดวงนิมิตกสิณนั้นให้มีขนาดเล็กลงได้ตาม ใจปรารถนาอีกด้วย.
บันทึกการเข้า



|พระเครื่อง|เครื่องรางของขลัง|ตลาดพระ|ตลาดพระเครื่อง|พระเครื่องออนไลน์|ประมูลพระเครื่อง|ประมูลพระ|วัตถุมงคล|พระเครื่อง |เครื่องรางของขลัง|ผี|ชมรมถ่ายภาพ|
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF

|กุมารทอง | เว็บพระเครื่อง | เว็บบอร์ดพระเครื่อง | เว็บธรรมะ | ตลาดพระ | ตลาดพระเครื่อง | ศูนย์พระเครื่อง | ร้านค้าพระเครื่อง | ฝากรูป | พระเครื่อง | เครื่องรางของขลัง Valid XHTML 1.0! Valid CSS!